Hyperliquid เป็นหนึ่งในโปรเจ็กต์ DeFi ที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วงปี 2024–2026 ในฐานะ Decentralized Perpetuals Exchange (DEX Perp) ที่สร้างบน Layer 1 blockchain ของตัวเอง ทำให้สามารถรันคำสั่งซื้อขายได้เร็วเทียบเคียง Centralized Exchange (CEX) พร้อมทั้งยังคง self-custody ไว้ในมือผู้ใช้ บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของ Hyperliquid ตั้งแต่กลไกการทำงาน ข้อได้เปรียบ ไปจนถึง HYPE token
Hyperliquid คืออะไร และมาจากไหน
Hyperliquid ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 โดยทีมที่ไม่เปิดเผยตัวตน (anonymous team) และเปิดตัว Mainnet ในปี 2023 จุดเด่นหลักคือการเป็น DEX สำหรับ Perpetual Futures (Perps) ที่ทำงานบน HyperBFT — consensus mechanism ที่พัฒนาขึ้นเอง ช่วยให้รันบล็อกได้ทุก 0.2 วินาที หรือประมาณ 100,000 คำสั่งต่อวินาที
ต่างจาก DEX Perp อื่นๆ อย่าง GMX หรือ dYdX ที่พึ่งพา Layer 2 ของ Ethereum, Hyperliquid เลือกสร้าง L1 chain ของตัวเองตั้งแต่แรก เพื่อลด latency และควบคุมทุก layer ได้เต็มที่
HyperEVM และระบบนิเวศที่ขยายตัว
ในปี 2025 Hyperliquid เปิดตัว HyperEVM ซึ่งเป็น EVM-compatible environment ที่รันควบคู่กับ Hyperliquid L1 ทำให้นักพัฒนาสามารถ deploy Smart Contracts แบบ Solidity ได้เลย โดยมี Native Liquidity จาก Hyperliquid DEX อยู่ใต้ระบบ
ซึ่งหมายความว่า DeFi protocols บน HyperEVM สามารถเข้าถึง liquidity ของ Hyperliquid โดยตรง ทำให้เกิด ecosystem ใหม่ที่มีทั้ง Lending, Options, Yield Vaults และอื่นๆ ที่สร้างบนฐาน Hyperliquid
Order Book On-Chain: ความแตกต่างจาก AMM
ข้อได้เปรียบสำคัญของ Hyperliquid คือการใช้ On-Chain Order Book แทน AMM (Automated Market Maker) แบบ Uniswap ซึ่งหมายความว่า:
• ราคา bid/ask โปร่งใส ทุกคนเห็นตรงกัน
• รองรับ Limit Order, Market Order, Stop-Loss ได้เหมือน CEX
• ไม่มีปัญหา impermanent loss สำหรับ LP
• Slippage ต่ำสำหรับขนาด order ใหญ่
ในขณะที่ AMM DEX มักมีปัญหา MEV และ front-running, Hyperliquid ออกแบบ consensus เพื่อลดปัญหาเหล่านี้โดยตรง
HYPE Token: Distribution และ Tokenomics
HYPE เป็น native token ของ Hyperliquid L1 เปิดตัวผ่าน Airdrop ในเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยแจกจ่าย 31% ของ supply ให้กับ early users ที่ใช้งาน platform ก่อนหน้านั้น นับเป็นหนึ่งในการ airdrop ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ DeFi
Tokenomics ของ HYPE:
• Total Supply: 1,000,000,000 HYPE
• Community: 38.888% (Airdrop + Future)
• Team: 23.8% (vesting 1–4 ปี)
• Ecosystem Fund: 6%
• Hyper Foundation: 6%
กลไกสำคัญคือ Assistance Fund (AF) ซึ่ง Hyperliquid ใช้รายได้ค่าธรรมเนียมซื้อคืน HYPE เพื่อหนุน liquidation pool และ ecosystem
วิธีเริ่มต้นใช้งาน Hyperliquid
การเริ่มต้นใช้งาน Hyperliquid ง่ายกว่า DEX อื่นมาก:
1. เข้าไปที่ app.hyperliquid.xyz
2. Connect กระเป๋า MetaMask หรือ WalletConnect
3. Deposit USDC จาก Arbitrum (Bridge มีใน platform)
4. เริ่มเทรด Perps ด้วย leverage สูงสุด 50x
ค่าธรรมเนียมการเทรดอยู่ที่ 0.02–0.05% ต่อการเทรด ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับ CEX ส่วน Maker Order จะได้รับ fee rebate ด้วยในบางกรณี
ความเสี่ยงที่ควรรู้
แม้ Hyperliquid จะน่าสนใจ แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องตระหนัก:
• Smart Contract Risk: แม้ audit แล้วแต่ DEX ก็ยังมีความเสี่ยง exploit
• Centralization Risk: Validator set เริ่มต้นค่อนข้าง centralized กว่า Ethereum
• Liquidation Risk: การเทรด Perp ด้วย leverage สูงมีความเสี่ยงถูก liquidate เร็ว
• Regulatory Risk: DEX ยังอยู่ในโซนเทา กฎระเบียบอาจเปลี่ยนได้
นอกจากนี้ในช่วงต้นปี 2025 มีเหตุการณ์ JELLYJELLY incident ที่มี whale พยายาม manipulate price ทำให้ Hyperliquid ต้องเข้าแทรกแซง ซึ่งสร้างประเด็นถกเถียงเรื่อง decentralization
คำถามที่พบบ่อย
ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด
รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th
ดูบทความทั้งหมดสรุป
Hyperliquid เป็นการพิสูจน์ว่า DeFi สามารถแข่งขันกับ CEX ได้ทั้งในแง่ความเร็วและประสบการณ์ผู้ใช้ ด้วย on-chain order book, HyperBFT consensus และ HyperEVM ecosystem ที่กำลังเติบโต พร้อม HYPE tokenomics ที่ออกแบบมาดี ทำให้ Hyperliquid เป็นโปรเจ็กต์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในยุค DeFi 3.0 อย่างไรก็ตาม ควรจำไว้เสมอว่าการเทรด Perp มีความเสี่ยงสูง ควรเริ่มต้นด้วย capital เล็กน้อยและศึกษาให้เข้าใจก่อน
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน