Ledger Nano S Plus

Ledger คือบริษัทฮาร์ดแวร์วอลเล็ตชั้นนำจากประเทศฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 (2014) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส และจำหน่ายอุปกรณ์ไปแล้วกว่า 7 ล้านเครื่องทั่วโลก จุดแข็งของ Ledger อยู่ที่การเก็บรักษาคีย์ส่วนตัวของผู้ใช้ไว้บนอุปกรณ์ที่มีชิป Secure Element ที่ผ่านการรับรอง ควบคู่กับระบบปฏิบัติการ BOLOS ที่ Ledger พัฒนาขึ้นเอง และจนถึงปัจจุบันยังไม่เคยมีกรณีที่ได้รับการยืนยันว่าคีย์ส่วนตัวถูกดึงออกจากอุปกรณ์ Ledger จากระยะไกลได้ บทความนี้จะพาคุณไปทีละขั้นตอนของการตั้งค่า Ledger ครั้งแรก ตั้งแต่การตรวจสอบตอนแกะกล่อง การสร้าง PIN ที่ปลอดภัย การจดวลีเรียกคืน 24 คำอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการทำธุรกรรมครั้งแรก พร้อมทั้งแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดที่ผู้ใช้ทุกคนควรรู้

การแกะกล่องและการตรวจสอบเบื้องต้น

ความปลอดภัยของ Ledger เริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่คุณแกะกล่อง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าซีลของกล่องยังอยู่ครบสมบูรณ์ และไม่มีร่องรอยว่าเคยถูกเปิดมาก่อน หากพัสดุที่ได้รับมีสภาพบุบสลาย ถูกแกะ หรือซีลถูกทำลายไปแล้ว อย่าเพิ่งใช้งานอุปกรณ์นั้น ให้ติดต่อ Ledger โดยตรงผ่านเว็บไซต์ทางการเพื่อขอความช่วยเหลือทันที


ภายในกล่องคุณควรพบ Ledger device, สาย USB, recovery sheet (กระดาษไว้จดวลีเรียกคืน) และเอกสารประกอบ เชื่อมต่ออุปกรณ์กับคอมพิวเตอร์หรือมือถือด้วยสาย USB แล้วตรวจสอบว่าอุปกรณ์ตอบสนอง หน้าจอติดและมีการแสดงผล การตรวจสอบฮาร์ดแวร์เบื้องต้นนี้สำคัญมาก เพราะช่วยยืนยันว่าอุปกรณ์ที่คุณได้รับใช้งานได้ปกติ


เมื่ออุปกรณ์ยังปิดอยู่ ให้กดปุ่มเพื่อเปิดเครื่อง คุณจะเห็นโลโก้ Ledger ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ นี่เป็นสัญญาณที่ดีว่าอุปกรณ์ทำงานปกติ และพร้อมสำหรับขั้นตอนการตั้งค่าต่อไป

ตรวจสอบซีลแกะกล่องเสมอ: ความปลอดภัยเริ่มต้นจากการแกะกล่องที่รัดกุม

ฟีเจอร์ความปลอดภัยของอุปกรณ์ Ledger

การเข้าใจสถาปัตยกรรมความปลอดภัยของ Ledger จะช่วยให้คุณมั่นใจในการใช้งานมากขึ้น อุปกรณ์ Ledger ทุกรุ่นมาพร้อมชิป Secure Element ที่ผ่านการรับรอง ทำหน้าที่เก็บและประมวลผลคีย์ส่วนตัวของคุณแยกออกจากส่วนอื่นของอุปกรณ์โดยสิ้นเชิง เปรียบเสมือนตู้เซฟขนาดเล็กที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ คีย์ของคุณจะไม่มีวันออกจากพื้นที่ปิดนี้ แม้แต่ตอนที่คุณลงนามในธุรกรรม


อุปกรณ์ Ledger ทำงานบนระบบปฏิบัติการของตัวเองที่ชื่อ BOLOS นอกจากนี้ Ledger ยังมีทีมวิจัยความปลอดภัยภายในองค์กรชื่อ Ledger Donjon ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและวิจัยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อุปกรณ์ปลอดภัยจากรูปแบบการโจมตีใหม่ ๆ อยู่เสมอ จนถึงปัจจุบันยังไม่เคยมีกรณีที่ได้รับการยืนยันว่าคีย์ส่วนตัวถูกดึงออกจากอุปกรณ์ Ledger จากระยะไกลได้เลย


หัวใจสำคัญที่ควรจำไว้คือ คีย์ส่วนตัวของคุณถูกสร้างขึ้นและเก็บอยู่บนอุปกรณ์เท่านั้น เวลาทำธุรกรรม อุปกรณ์จะเป็นผู้ลงนามให้ แล้วส่งกลับเฉพาะลายเซ็นดิจิทัลออกมาให้คอมพิวเตอร์หรือมือถือของคุณ คีย์ส่วนตัวจริง ๆ จะไม่มีวันถูกส่งออกจากอุปกรณ์ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

ชิป Secure Element ป้องกันไม่ให้คีย์ส่วนตัวหลุดออกจากอุปกรณ์

การสร้างและการจำ PIN ของคุณ

เมื่อเปิดใช้งาน Ledger ครั้งแรก อุปกรณ์จะให้คุณสร้าง PIN สำหรับปกป้องเครื่องจากผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ข้อควรเข้าใจคือ PIN ไม่ได้เป็นตัวเข้ารหัสคีย์ส่วนตัวของคุณโดยตรง แต่เป็นเพียงการป้องกันการเข้าถึงตัวอุปกรณ์ทางกายภาพเท่านั้น


เลือก PIN ที่มีความยาวอย่างน้อย 4 หลัก โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ 6-8 หลักเพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น ควรเป็นตัวเลขแบบสุ่มจริง ๆ ไม่ใช่วันเกิด เลขเรียงต่อกัน หรือรูปแบบที่เดาง่าย และไม่ควรใช้ PIN เดียวกับรหัสผ่านออนไลน์อื่น ๆ ของคุณ หากมีการใส่ PIN ผิดติดต่อกัน 3 ครั้ง อุปกรณ์จะล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติและอาจต้องรีเซ็ตเครื่องใหม่


จดบันทึก PIN เก็บไว้ในที่ปลอดภัยที่แยกจากตัวอุปกรณ์ Ledger เอง หลายคนเลือกเขียนไว้ในสมุดบันทึกที่ปลอดภัย หรือเก็บในตู้เซฟ ระวังอย่าให้ผู้อื่นเห็นหรือเข้าถึง PIN ของคุณได้ เพราะหากมีทั้ง PIN และตัวอุปกรณ์อยู่ในมือคนอื่น พวกเขาจะสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณได้ทันที

ใช้ PIN แบบสุ่ม 6-8 หลัก เพื่อป้องกันอุปกรณ์จากการเข้าถึงทางกายภาพ

การทำความเข้าใจวลีเรียกคืน BIP39 24 คำ

หลังตั้ง PIN เสร็จแล้ว Ledger จะสร้างวลีเรียกคืนจำนวน 24 คำให้คุณ วลีนี้คือกุญแจหลักที่ใช้เรียกคืนคีย์ส่วนตัวทั้งหมดของคุณได้ หากอุปกรณ์สูญหายหรือชำรุด ขั้นตอนการสร้างวลีนี้เกิดขึ้นภายในอุปกรณ์เท่านั้น ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่มีทางที่ Ledger หรือใครก็ตามจะรู้ได้ว่าวลีของคุณคืออะไร


วลีเรียกคืนนี้อยู่ภายใต้มาตรฐาน BIP39 (Bitcoin Improvement Proposal ฉบับที่ 39) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย สำหรับการสร้างวลีเรียกคืนในฮาร์ดแวร์วอลเล็ต วลี 24 คำนี้ถูกสุ่มขึ้นด้วยกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครจะเดาซ้ำได้ โดยทั่วไป Ledger จะแสดงคำทีละ 3 คำบนหน้าจอ เพื่อให้คุณค่อย ๆ จดบันทึกได้อย่างไม่รีบเร่ง


สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ชัดเจนคือ ใครก็ตามที่ครอบครองวลี 24 คำนี้ ก็เท่ากับครอบครองคีย์ส่วนตัวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของคุณ ดังนั้นวลีนี้ห้ามเก็บในรูปแบบดิจิทัลเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูป พิมพ์เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ สำรองขึ้นคลาวด์ หรือส่งข้อความหาตัวเอง

วลีเรียกคืน 24 คำ คือกุญแจเข้าถึงสินทรัพย์ทั้งหมดของคุณ ห้ามเก็บแบบดิจิทัลเด็ดขาด

การเขียนวลีเรียกคืนลงบนกระดาษอย่างปลอดภัย

เมื่อ Ledger แสดงวลี 24 คำขึ้นมา ให้คุณจดลงบน recovery sheet ที่มาพร้อมกล่อง โดยใช้ปากกาหมึกถาวร ไม่ใช่ดินสอ เพราะรอยดินสอลบเลือนได้ง่ายเมื่อเวลาผ่านไป เขียนแต่ละคำพร้อมหมายเลขลำดับ (1 ถึง 24) เพื่อรักษาลำดับให้ถูกต้องแม่นยำ หากเขียนผิด ให้ขีดฆ่าให้ชัดเจนแล้วเขียนคำที่ถูกต้องใหม่ข้าง ๆ อย่าใช้น้ำยาลบคำผิดหรือปากกาลบได้


หลังเขียนครบทั้ง 24 คำแล้ว ให้ตรวจทานทีละคำเทียบกับที่แสดงบนหน้าจออีกครั้ง เพราะการสะกดผิดแม้เพียงตัวอักษรเดียวก็ทำให้วลีใช้งานไม่ได้ จากนั้น Ledger จะให้คุณยืนยันวลีอีกครั้งโดยเลือกคำที่ถูกต้องจากรายการที่แสดงบนอุปกรณ์ ขั้นตอนนี้มีไว้เพื่อยืนยันว่าคุณจดคำถูกต้องครบถ้วน และเพื่อให้คุณตระหนักว่าตอนนี้คุณถือกุญแจหลักของบัญชีไว้ในมือแล้ว


เก็บกระดาษที่จดวลีไว้ในสถานที่ปลอดภัยที่สมดุลระหว่างความสะดวกในการเข้าถึงกับความปลอดภัย เช่น ตู้เซฟที่บ้านหรือตู้นิรภัยธนาคาร ผู้ใช้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือถือสินทรัพย์จำนวนมากบางคนเลือกแบ่งเก็บวลีไว้คนละที่ เพื่อไม่ให้การโจรกรรมจุดเดียวทำให้วลีทั้งหมดหลุดไป แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การเก็บวลีทั้งหมดไว้ในที่ปลอดภัยแห่งเดียวก็เพียงพอแล้ว

การเตรียมและการติดตั้งแอปพลิเคชัน

หลังจากสร้างและยืนยันวลี 24 คำเรียบร้อยแล้ว Ledger ของคุณก็พร้อมเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Ledger Live ซึ่งเป็นแอปคู่ใจที่ใช้จัดการอุปกรณ์ ดาวน์โหลด Ledger Live จากเว็บไซต์ทางการเท่านั้น (ledger.com) โดยแอปนี้รองรับทั้ง Windows, macOS, Linux, iOS และ Android


เมื่อเปิด Ledger Live แล้ว ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ Ledger ผ่านสาย USB หากใช้รุ่นที่รองรับ Bluetooth คุณสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายกับมือถือได้เช่นกัน เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ คุณจะสามารถใช้ Ledger Live ค้นหา ติดตั้ง และจัดการแอปสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลต่าง ๆ เช่น Bitcoin, Ethereum และเหรียญอื่น ๆ ได้


สำหรับผู้เริ่มต้น มักเลือกติดตั้งแอป Bitcoin และ Ethereum ก่อนเป็นอันดับแรก การติดตั้งแอปเป็นเพียงการเพิ่มความสามารถให้อุปกรณ์รองรับบล็อกเชนนั้น ๆ เท่านั้น ไม่ได้เป็นการสร้างคีย์ใหม่แต่อย่างใด คีย์ส่วนตัวของคุณยังคงเก็บอยู่บนอุปกรณ์อย่างปลอดภัยเหมือนเดิม

Ledger Live คือแอปที่เชื่อมอุปกรณ์ของคุณเข้ากับระบบนิเวศคริปโต

ธุรกรรมการรับครั้งแรก: การตรวจสอบที่อยู่บนอุปกรณ์

เมื่อพร้อมรับสกุลเงินดิจิทัลเป็นครั้งแรก ให้เปิด Ledger Live เลือกสินทรัพย์ที่ติดตั้งไว้ (เช่น Bitcoin) แล้วกด 'Receive' Ledger Live จะแสดงที่อยู่รับเงินของคุณ แต่จะขอให้คุณตรวจสอบที่อยู่นั้นอีกครั้งบนตัวอุปกรณ์ Ledger เหตุผลคืออะไร


เนื่องจาก Ledger Live ทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกมัลแวร์แทรกแซงหรือถูกดักเปลี่ยนข้อมูลได้ การตรวจสอบที่อยู่บนอุปกรณ์ Ledger ซึ่งทำงานแบบออฟไลน์ จึงช่วยลดความเสี่ยงนี้ลงได้มาก หากที่อยู่ที่แสดงบนอุปกรณ์ตรงกับที่อยู่ที่แสดงใน Ledger Live ทุกตัวอักษร คุณก็สามารถแชร์ที่อยู่นั้นให้ผู้ส่งได้อย่างมั่นใจ


บนหน้าจออุปกรณ์ Ledger จะมีปุ่มให้ยืนยันหรือปฏิเสธที่อยู่นั้น หากต้องการยืนยัน ให้กดปุ่มทั้งสองข้างพร้อมกัน หากที่อยู่ไม่ตรงกันหรือดูผิดปกติ ให้กดปฏิเสธทันที ขั้นตอนตรวจสอบนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีหลอกให้คุณส่งเงินไปยังที่อยู่ปลอมที่สร้างขึ้นจาก Ledger Live ที่ถูกแทรกแซง

การทำธุรกรรมทดสอบครั้งแรก

ก่อนโอนสินทรัพย์จำนวนมากเข้า Ledger ควรเริ่มด้วยการทำธุรกรรมทดสอบจำนวนเล็กน้อยก่อน วิธีนี้มีประโยชน์สองอย่าง คือช่วยยืนยันว่าคุณสามารถรับ-ส่งเงินได้จริง และช่วยให้มั่นใจว่ากระบวนการตรวจสอบที่อยู่ของคุณถูกต้องปลอดภัย หากคุณมีสินทรัพย์อยู่แล้วในที่อื่น ให้ลองโอนจำนวนเล็กน้อยมายังที่อยู่ Ledger ของคุณ หรือจะขอรับโอนทดสอบจากเพื่อนหรือจากตลาดซื้อขายก็ได้เช่นกัน


เมื่อทำธุรกรรมส่ง ให้เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการ ใส่ที่อยู่ปลายทาง (หรือสแกน QR code) ระบุจำนวนเงิน แล้วตรวจสอบรายละเอียดธุรกรรมทั้งหมดบนหน้าจออุปกรณ์ Ledger อย่างละเอียดก่อนกดยืนยันทุกครั้ง สิ่งสำคัญคือต้องเลือก 'Confirm' หรือ 'Send' บนอุปกรณ์เท่านั้น หากพบข้อมูลผิดปกติให้กด 'Reject' ทันที


หลังส่งธุรกรรมออกไป เครือข่ายบล็อกเชนจะใช้เวลาสักครู่จนถึงราวหนึ่งชั่วโมงในการยืนยันธุรกรรม ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของเครือข่ายในขณะนั้น เมื่อธุรกรรมได้รับการยืนยันแล้ว คุณจะเห็นยอดเงินปรากฏใน Ledger Live หรือใน blockchain explorer ซึ่งเป็นสัญญาณว่าทุกอย่างทำงานถูกต้องตามที่ควรจะเป็น

ทดสอบด้วยจำนวนเล็กน้อยก่อนเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานถูกต้อง ก่อนโอนจำนวนมาก

ปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ห้ามทำ

เพื่อให้ Ledger ของคุณปลอดภัยอยู่เสมอ มีข้อห้ามสำคัญหลายข้อที่ต้องจำให้ขึ้นใจ ข้อแรกและสำคัญที่สุดคือ ห้ามแชร์วลีเรียกคืน 24 คำของคุณกับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นทีมงาน Ledger หรือใครก็ตาม เพราะ Ledger ไม่มีนโยบายขอวลีเรียกคืนจากผู้ใช้เด็ดขาด หากมีใครติดต่อมาขอวลีของคุณ นั่นคือการหลอกลวงแน่นอน


ห้ามพิมพ์วลีเรียกคืนของคุณลงในเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือเครื่องมือออนไลน์ใด ๆ เด็ดขาด บางกลโกงหลอกว่าเป็นเครื่องมือกู้คืนกระเป๋าเงินอย่างเป็นทางการ แต่การพิมพ์วลีลงในระบบออนไลน์ใด ๆ จะทำลายจุดประสงค์หลักของฮาร์ดแวร์วอลเล็ตทันที หากต้องการกู้คืนกระเป๋าเงินจริง ๆ ให้ทำผ่านการตั้งค่าอุปกรณ์ Ledger เครื่องใหม่เท่านั้น


ห้ามพิมพ์ PIN ของคุณลงในคอมพิวเตอร์หรือมือถือ เพราะ PIN ใช้ได้เฉพาะบนตัวอุปกรณ์ Ledger เท่านั้น และห้ามเก็บ PIN หรือวลีเรียกคืนไว้ในรูปแบบดิจิทัลใด ๆ เช่นกัน สำหรับการอัปเดตซอฟต์แวร์หรือเฟิร์มแวร์ ให้ใช้ผ่านเว็บไซต์ทางการ ledger.com และแอป Ledger Live เท่านั้น อย่ากดลิงก์อัปเดตจากอีเมลหรือ QR code ที่ไม่ทราบที่มา

ห้ามแชร์วลีเรียกคืนกับใครเด็ดขาด: หากมีใครขอวลีของคุณ นั่นคือการหลอกลวง

ฟีเจอร์ขั้นสูง: วลีรหัสผ่านและการเก็บข้อมูล

สำหรับผู้ใช้ที่ถือสินทรัพย์จำนวนมากหรือต้องการความปลอดภัยเพิ่มเติม Ledger รองรับฟีเจอร์วลีรหัสผ่าน (Passphrase) หรือที่บางคนเรียกว่า 'คำที่ 25' ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มชั้นความปลอดภัยด้วยการสร้างกระเป๋าเงินที่ซ่อนอยู่อีกใบ โดยเมื่อคุณเพิ่มวลีรหัสผ่านเข้าไปกับวลี 24 คำเดิม ระบบจะคำนวณชุดที่อยู่และบัญชีใหม่ทั้งหมดที่แตกต่างไปจากกระเป๋าเงินหลักโดยสิ้นเชิง


ตัวอย่างเช่น หากคุณใช้วลี 24 คำเดิมร่วมกับวลีรหัสผ่านหนึ่ง จะได้กระเป๋าเงิน A แต่ถ้าใช้วลีรหัสผ่านอีกแบบหนึ่ง ก็จะได้กระเป๋าเงิน B ซึ่งเป็นคนละบัญชีกันโดยสิ้นเชิง หากมีใครล่วงรู้วลี 24 คำของคุณ แต่ไม่รู้วลีรหัสผ่าน พวกเขาก็ยังไม่สามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินที่ซ่อนอยู่ได้


สำหรับการเก็บรักษาวลี 24 คำ ผู้ใช้ที่ถือสินทรัพย์จำนวนมากบางคนเลือกวิธีแบ่งเก็บหลายจุด เช่น เก็บส่วนหนึ่งไว้ในตู้เซฟที่บ้าน และอีกส่วนไว้ในตู้นิรภัยธนาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้การโจรกรรมจุดเดียวทำให้วลีทั้งหมดหลุดไป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การเก็บวลีไว้ในที่ปลอดภัยเพียงจุดเดียวก็เพียงพอแล้ว

วลีรหัสผ่านสร้างกระเป๋าเงินลับที่ยังปลอดภัย แม้วลี 24 คำหลักจะรั่วไหล

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าฉันลืม PIN ของตัวเอง จะสามารถรีเซ็ตได้หรือไม่?
หากคุณลืม PIN ไม่มีวิธีใดที่คุณหรือแม้แต่ Ledger เองจะปลดล็อกอุปกรณ์ได้โดยไม่ใส่ PIN ที่ถูกต้อง หากใส่ PIN ผิดติดต่อกัน 3 ครั้ง อุปกรณ์จะล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติ ทางแก้เดียวคือทำการรีเซ็ตอุปกรณ์กลับสู่ค่าเริ่มต้นแล้วตั้งค่าใหม่ทั้งหมด เมื่อรีเซ็ตแล้ว คุณสามารถใช้วลีเรียกคืน 24 คำเดิม เพื่อกู้คืนบัญชีและสินทรัพย์ทั้งหมดกลับมาได้ นี่คือเหตุผลที่การจดและเก็บ PIN ไว้ในที่ปลอดภัยแยกจากตัวอุปกรณ์จึงสำคัญมาก
ฉันสามารถใช้ Ledger กับคอมพิวเตอร์หรือมือถือหลายเครื่องพร้อมกันได้หรือไม่?
ได้ คุณสามารถใช้อุปกรณ์ Ledger เครื่องเดียวกันเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง หรือใช้ Ledger Live บนมือถือและแท็บเล็ตหลายเครื่องพร้อมกันได้ เพราะคีย์ส่วนตัวของคุณจะอยู่บนตัวอุปกรณ์เสมอ ไม่ว่าจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องรักษา PIN และวลี 24 คำให้ปลอดภัยอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะพก Ledger ไปที่ไหน Ledger Live ก็จะแสดงบัญชีและยอดคงเหลือเดียวกันทุกครั้งที่เชื่อมต่อ
ฉันควรสมัคร Ledger Recover หรือไม่?
Ledger Recover เป็นบริการเสริมแบบสมัครใจ (ไม่ได้เปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น) ที่แบ่งวลีเรียกคืนของคุณออกเป็น 3 ส่วนที่เข้ารหัสไว้ แล้วเก็บไว้กับ 3 บริษัทที่แยกจากกัน เพื่อให้คุณสามารถกู้คืนได้ในกรณีฉุกเฉิน โดยต้องผ่านการยืนยันตัวตนก่อน คิดค่าบริการประมาณ 9.99 ดอลลาร์ต่อเดือน หากคุณเก็บวลี 24 คำไว้อย่างปลอดภัยในหลายที่อยู่แล้ว บริการนี้อาจไม่จำเป็นสำหรับคุณ แต่หากกังวลเรื่องการทำวลีหายและต้องการหลักประกันเพิ่มเติม ก็สามารถเลือกใช้ได้ สำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ การเก็บสำเนาวลีเรียกคืนไว้ในที่ปลอดภัยด้วยตัวเองก็เพียงพอแล้ว
หากอุปกรณ์ Ledger ของฉันหายหรือถูกขโมย จะกู้คืนสินทรัพย์ได้หรือไม่?
ได้แน่นอน หากคุณเก็บวลีเรียกคืน 24 คำไว้อย่างปลอดภัย คุณสามารถกู้คืนบัญชีและสินทรัพย์ทั้งหมดได้ แม้ว่าอุปกรณ์เดิมจะหาย ถูกขโมย หรือชำรุดไปแล้วก็ตาม เพียงตั้งค่าอุปกรณ์ Ledger เครื่องใหม่ (หรือกระเป๋าเงินที่รองรับมาตรฐานเดียวกัน) แล้วป้อนวลี 24 คำของคุณระหว่างการตั้งค่า บัญชีและสินทรัพย์ทั้งหมดจะถูกกู้คืนกลับมาเหมือนเดิม จุดสำคัญของระบบนี้คือ วลีเรียกคืนคือกุญแจหลัก ไม่มีทั้งตัวอุปกรณ์และ Ledger เองที่สามารถขัดขวางการกู้คืนได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเก็บวลีไว้อย่างปลอดภัยจึงเป็นแนวปฏิบัติที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่ง
ฉันสามารถใช้ Ledger ร่วมกับแอปพลิเคชันอื่น เช่น MetaMask ได้หรือไม่?
ได้ Ledger สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันของบุคคลที่สาม เช่น MetaMask, Uniswap และแอป Web3 อื่น ๆ เพื่อใช้ลงนามธุรกรรมได้ จุดสำคัญด้านความปลอดภัยคือ คีย์ส่วนตัวของคุณจะไม่มีวันออกจากตัวอุปกรณ์ Ledger แอปเหล่านั้นทำได้เพียงส่งคำขอให้อุปกรณ์ลงนามเท่านั้น โดยไม่มีทางเข้าถึงคีย์ส่วนตัวได้เลย เวลาลงนามธุรกรรมผ่านแอปเหล่านี้ คุณจะเห็นรายละเอียดธุรกรรมบนหน้าจอ Ledger และต้องกดยืนยันด้วยตัวเองทุกครั้ง จึงทำให้คุณได้รับความสะดวกในการใช้งาน Web3 โดยไม่ต้องเสียการควบคุมความปลอดภัยไปเลย

ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด

รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th

ดูบทความทั้งหมด

สรุป

การตั้งค่า Ledger อย่างถูกต้องคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณ ตั้งแต่การตรวจสอบความสมบูรณ์ตอนแกะกล่อง การสร้าง PIN ที่คาดเดายาก ไปจนถึงการจดวลีเรียกคืน 24 คำลงบนกระดาษและเก็บไว้อย่างปลอดภัย แต่ละขั้นตอนล้วนช่วยสร้างรากฐานความปลอดภัยที่แข็งแรง หลังตั้งค่าเสร็จแล้ว ควรประเมินระดับความเสี่ยงของตัวเองและเลือกวิธีเก็บสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณ สิ่งที่ควรจำไว้เสมอคือ อุปกรณ์ Ledger เป็นเพียงเครื่องมือ ความปลอดภัยที่แท้จริงมาจากพฤติกรรมและวินัยของคุณเอง ห้ามแชร์วลีเรียกคืนกับใครเด็ดขาด ห้ามพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์หรือมือถือ และห้ามเก็บไว้ในรูปแบบดิจิทัลใด ๆ เมื่อปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้อย่างเคร่งครัด คุณจะสามารถใช้งาน Ledger ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในระยะยาว บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนแต่อย่างใด

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน