Ledger Nano S Plus

Basis trading เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ประโยชน์จากผลต่างราคา (basis) ระหว่างตลาด spot และตลาด futures ของคริปโตเคอร์เรนซี โดยนักเทรดจะซื้อคริปโตในตลาด spot พร้อมกับขายสัญญา futures ในเวลาเดียวกัน เพื่อล็อกผลต่างของราคาไว้ล่วงหน้าแทนที่จะเก็งกำไรจากทิศทางราคา เป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการเทรดแบบทิศทาง (directional trading) เพราะตำแหน่งทั้งสองฝั่งช่วยป้องกันความเสี่ยงซึ่งกันและกัน

Basis Trading คืออะไร

Basis หรือผลต่างราคา (price spread) คือความแตกต่างระหว่างราคา futures และราคา spot ของสินทรัพย์ชนิดเดียวกัน เมื่อราคา futures สูงกว่าราคา spot (เรียกว่า positive basis หรือ contango) นักเทรด basis จะซื้อคริปโตในตลาด spot และขายสัญญา futures พร้อมกัน เพื่อล็อกผลต่างของราคาไว้เป็นกำไร


เมื่อสัญญา futures ใกล้ครบกำหนดอายุ ราคาทั้งสองฝั่งจะเคลื่อนเข้าหากันจนบรรจบกัน (convergence) ทำให้นักเทรด basis สามารถประเมินผลตอบแทนที่คาดหวังได้ค่อนข้างแม่นยำตั้งแต่ก่อนเปิดตำแหน่ง ต่างจากการเทรดแบบ directional ที่ต้องอาศัยการคาดการณ์ทิศทางราคาให้ถูกต้อง basis trading อาศัยเพียงความเข้าใจเรื่องอุปสงค์-อุปทานและพลวัตของตลาดเป็นหลัก

ข้อดีของ basis trading คือผลตอบแทนที่คาดหวังถูกประเมินไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดตำแหน่ง โดยไม่ขึ้นกับว่าราคาตลาดจะขึ้นหรือลง

วิธีทำงานของ Basis Trading (เทคนิค)

ขั้นตอนการเปิดตำแหน่ง basis โดยทั่วไปมีดังนี้ ขั้นแรก ผู้ค้าซื้อคริปโตในตลาด spot ด้วยเงินสดจำนวนหนึ่ง ขั้นที่สอง ขายสัญญา futures ในมูลค่าใกล้เคียงกันพร้อมกันบนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน ขั้นที่สาม ถือตำแหน่งทั้งสองฝั่งไว้จนกว่าสัญญา futures จะครบกำหนด ขั้นสุดท้าย ปิดตำแหน่งทั้งสองฝั่งพร้อมกันและรับรู้ผลต่างที่ล็อกไว้


ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ: หาก Bitcoin ในตลาด spot อยู่ที่ระดับราคาหนึ่ง และสัญญา futures อายุ 3 เดือนซื้อขายอยู่สูงกว่าราคานั้น ผลต่างระหว่างสองราคาคือ basis ที่นักเทรดพยายามล็อกไว้ ผลตอบแทนสุทธิที่แท้จริงต้องหักลบด้วยต้นทุน funding และค่าธรรมเนียมการเทรดตลอดช่วงที่ถือสัญญา จึงมักน้อยกว่าตัวเลข basis ตั้งต้นเสมอ

ต้นทุน funding มีผลต่อผลตอบแทนสุทธิอย่างมาก ในบางช่วงที่ตลาดผันผวนสูง ต้นทุนนี้อาจสูงขึ้นมากจนกินกำไรจาก basis ไปเกือบทั้งหมด ผู้ค้าจึงควรติดตามอัตรา funding อย่างใกล้ชิด

คุณสมบัติหลักของ Basis Trading

ความเสี่ยงต่ำกว่า: เนื่องจากนักเทรดป้องกันตำแหน่ง (hedge) ด้วยการซื้อและขายพร้อมกัน ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาจึงลดลงมาก ไม่ว่าตลาดจะเคลื่อนไหวไปทางใดก็ตาม


ผลตอบแทนที่ประเมินได้ล่วงหน้า: ผู้ค้าสามารถประเมินผลตอบแทนที่คาดหวังได้ค่อนข้างแม่นยำก่อนเข้าเทรด ต่างจากกลยุทธ์อื่นที่ผลตอบแทนไม่แน่นอนและขึ้นกับทิศทางราคา


ใช้หลัก Arbitrage ไม่ใช่การทำนายราคา: กลยุทธ์นี้ไม่ได้พยายามทำนายราคา แต่ใช้ประโยชน์จากความไม่มีประสิทธิภาพของตลาด (market inefficiency) ชั่วคราว โดยผลตอบแทนมาจากความไม่สมดุลระหว่างสองตลาดที่ในที่สุดจะบรรจบกัน

ใครใช้ Basis Trading และในสถานการณ์ใด

กองทุนเฮดจ์ฟันด์และสถาบันการเงิน: บริษัทการเงินขนาดใหญ่มักใช้ basis trading เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มีเสถียรภาพ โดยอาศัยขนาดเงินทุนที่มากเพื่อให้ผลตอบแทนสุทธิมีนัยสำคัญ แม้ผลต่างต่อหน่วยจะไม่สูงมาก


Market Makers: บางครั้งผู้ดูแลสภาพคล่องใช้กลยุทธ์นี้เพื่อบริหารสภาพคล่องของตนเองและป้องกันความเสี่ยงจากตำแหน่งที่ถืออยู่


นักเทรดรายบุคคล: ในทางทฤษฎี ผู้เทรดรายบุคคลที่มีเงินทุนเพียงพอสามารถทำ basis trading ได้เช่นกัน แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านเงินทุนขั้นต่ำและค่าธรรมเนียม กลยุทธ์นี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์และเงินทุนมากพอสมควรมากกว่านักลงทุนทั่วไป

เปรียบเทียบกับกลยุทธ์การเทรดอื่น

เทียบกับ Spot Trading ธรรมดา: การเทรด spot ทั่วไปเน้นการคาดการณ์ทิศทางราคา ส่วน basis trading ไม่ต้องอาศัยการทำนายราคาเลย แต่ใช้ประโยชน์จากความไม่สมดุลระหว่างสองตลาดแทน


เทียบกับ Leverage Trading: การเทรดแบบใช้เลเวอเรจอาศัยเงินยืมเพื่อขยายขนาดตำแหน่ง แต่มีความเสี่ยงต่อการถูก liquidate สูงมาก ในขณะที่ basis trading มีความเสี่ยงต่ำกว่าเพราะตำแหน่งทั้งสองฝั่งป้องกันความเสี่ยงซึ่งกันและกัน


เทียบกับ Lending: การให้ยืมคริปโตมักให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสม่ำเสมอในระยะยาว แต่มีความเสี่ยงด้านคู่สัญญา (counterparty risk) ส่วน basis trading มักมีรอบผลตอบแทนที่ชัดเจนตามอายุสัญญา และมีลักษณะความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระที่แตกต่างออกไป

ความเสี่ยงและข้อจำกัด

ความเสี่ยงจากการ Liquidation: หากผู้ค้าใช้ margin เพื่อขยายขนาดตำแหน่ง และราคา spot เคลื่อนไหวรุนแรงในทิศทางที่ไม่เป็นผล ตำแหน่งอาจถูกบังคับปิดก่อนที่จะทำกำไรตามแผน


Basis อาจกลับกลายเป็นลบ: แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ในบางสถานการณ์ราคา spot อาจสูงกว่าราคา futures (เรียกว่า backwardation) ซึ่งทำให้กลยุทธ์ basis trading แบบมาตรฐานทำกำไรไม่ได้


ความเสี่ยงจากแพลตฟอร์ม: ผู้ค้าต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนทั้งด้านความปลอดภัยของเงินทุนและความสามารถในการปิดตำแหน่งได้ตามต้องการ


ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ: นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในแต่ละประเทศอาจเปลี่ยนแปลง และส่งผลกระทบต่อการเทรดหรือการเข้าถึงแพลตฟอร์มได้

ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตำแหน่ง spot และ futures สมดุลกันตลอดเวลา หลีกเลี่ยงการปิดตำแหน่งเพียงด้านเดียว เพราะจะทำให้กลายเป็นการเปิดรับความเสี่ยงด้านทิศทางราคาโดยไม่ตั้งใจ

การนำไปใช้จริงในระบบนิเวศคริปโต

Basis trading ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศคริปโต แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนรายใหญ่หลายแห่ง เช่น Binance, Bybit, OKX และแพลตฟอร์มอื่น ๆ เปิดให้เข้าถึงทั้งตลาด spot และตลาด futures ของสินทรัพย์เดียวกันในที่เดียว


นักเทรด basis มีส่วนช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด และส่งผลต่อ funding rate ซึ่งสะท้อนต้นทุนหรือผลตอบแทนของการถือสถานะ spot เทียบกับ futures ระดับของ basis จึงมักถูกใช้เป็นสัญญาณบ่งชี้บรรยากาศโดยรวมของตลาด หาก basis กว้างขึ้นในทิศทางบวก อาจสะท้อนว่าฝั่งผู้ซื้อในตลาด futures มีความต้องการสูงกว่าฝั่ง spot

เคล็ดลับสำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้น

คำนวณต้นทุนอย่างละเอียด: รวมค่าธรรมเนียมการเทรด ต้นทุน funding และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าขนาดของ basis ที่เห็นยังเหลือผลตอบแทนสุทธิที่คุ้มค่าหลังหักต้นทุน


เลือกสัญญา futures ที่เหมาะสม: เปรียบเทียบ basis ของสัญญาหลายช่วงอายุ เพื่อหาสัญญาที่ให้ผลต่างที่น่าสนใจที่สุดเมื่อเทียบกับต้นทุนและระยะเวลาที่ต้องถือ


จัดการเงินทุนอย่างระมัดระวัง: basis trading มักต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก เพราะต้องซื้อคริปโตปริมาณมากในตลาด spot เพื่อให้ผลตอบแทนสุทธิมีนัยสำคัญ


รักษาสมดุลของตำแหน่งตลอดอายุสัญญา: หลังเปิดตำแหน่งแล้ว ควรติดตามและรักษาให้ขนาดของฝั่ง spot และฝั่ง futures ใกล้เคียงกันอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้กลายเป็นการเปิดรับความเสี่ยงด้านทิศทางราคาโดยไม่ตั้งใจ

ระยะเวลาของสัญญา futures มีผลต่อขนาด basis โดยทั่วไปสัญญาที่มีอายุยาวกว่ามักมี basis ที่กว้างกว่า แต่ก็มาพร้อมกับต้นทุน funding ที่สะสมมากขึ้นตามระยะเวลาที่ถือครองเช่นกัน

ทำไม Basis Trading สำคัญในตลาดคริปโตที่มีการพัฒนา

Basis trading ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์สำหรับนักเทรดรายคน แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ตลาดคริปโตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นักเทรด basis ช่วยลดผลต่างราคาที่ผิดปกติระหว่างตลาด spot และ futures ซึ่งส่งผลให้ราคาของทั้งสองตลาดมีความสอดคล้องกันมากขึ้น


เมื่อตลาดคริปโตเติบโตขึ้นและมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น จำนวนผู้เล่นที่ทำ basis trading ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจทำให้ basis โดยเฉลี่ยแคบลงเมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากมีผู้แข่งขันเข้ามาใช้ประโยชน์จากโอกาสเดียวกันมากขึ้น และอาจทำให้ความน่าดึงดูดของกลยุทธ์นี้ลดลงในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ค้า basis ต้องการเงินทุนเท่าไหร่?
ปริมาณเงินทุนที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับขนาดตำแหน่งที่ต้องการเปิด แต่โดยทั่วไป basis trading ต้องการเงินทุนค่อนข้างมาก เพราะต้องซื้อคริปโตจำนวนมากในตลาด spot ควบคู่กับการขายสัญญา futures เนื่องจากผลต่างของ basis ต่อหน่วยมักมีสัดส่วนไม่สูงมากเมื่อเทียบกับมูลค่าตำแหน่ง ผู้ค้าจึงมักต้องใช้เงินทุนขนาดใหญ่หรือใช้เลเวอเรจอย่างระมัดระวังเพื่อให้ผลตอบแทนสุทธิมีนัยสำคัญ
Basis trading สามารถล้มเหลวได้อย่างไร?
ความเสี่ยงหลักคือการถูก liquidate หากใช้ margin ในการขยายตำแหน่งและราคา spot เคลื่อนไหวรุนแรงหลังเปิดตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่ basis อาจกลับกลายเป็นลบ ความเสี่ยงจากแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนที่ใช้งาน และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ผลตอบแทนจาก basis trading มักจะเป็นเท่าไหร่?
ผลตอบแทนของ basis trading ไม่คงที่และผันผวนไปตามสภาวะตลาด ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระยะเวลาของสัญญา ต้นทุน funding ในช่วงเวลานั้น สภาพคล่องของตลาด และความกว้างของ basis ณ ขณะที่เปิดตำแหน่ง โดยรวมแล้วถือเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการเทรดเชิงทิศทาง จึงมักให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับความเสี่ยง และไม่ควรคาดหวังตัวเลขที่ตายตัว
Contango และ Backwardation คืออะไร?
Contango คือสถานการณ์ที่ราคา futures สูงกว่าราคา spot ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้อต่อ basis trading เพราะผู้ค้าสามารถล็อกผลต่างนี้เป็นกำไรได้ ส่วน Backwardation คือสถานการณ์ตรงกันข้าม คือราคา spot สูงกว่าราคา futures ซึ่งไม่เอื้อต่อกลยุทธ์ basis trading แบบมาตรฐาน
ทำไม basis ถึงมักเป็นบวกในตลาดคริปโต?
Basis มักเป็นบวกในช่วงตลาดขาขึ้น (bull market) เพราะผู้ที่เปิดสถานะ long ในตลาด futures มักยินดีจ่ายส่วนต่างเพิ่มเพื่อเปิดสถานะโดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง นอกจากนี้ในกรณีของ perpetual futures ยังมีกลไก funding rate ที่จ่ายกันเป็นระยะระหว่างฝั่ง long และฝั่ง short เพื่อดึงราคาสัญญาให้ใกล้เคียงกับราคา spot อยู่เสมอ ซึ่งก็มีผลต่อทิศทางของ basis เช่นกัน

ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด

รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th

ดูบทความทั้งหมด

สรุป

Basis trading เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาแนวทางสร้างผลตอบแทนที่มีเสถียรภาพและมีความเสี่ยงต่ำกว่าการเทรดเชิงทิศทาง อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้ต้องการเงินทุนจำนวนมากและความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกของตลาด spot และ futures รวมถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่สนใจควรศึกษาให้รอบด้านก่อนพิจารณานำไปปรับใช้ ทั้งนี้เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน