Ledger Nano S Plus

Bitcoin Taproot เป็นการอัปเกรดที่สำคัญที่สุดของ Bitcoin ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถูกปรับใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2021 Taproot ไม่เพียงแต่ปรับปรุงความเป็นส่วนตัวของธุรกรรมบิตคอยน์เท่านั้น แต่ยังเพิ่มความสามารถในการดำเนินการสัญญาอัจฉริยะและลดขนาดข้อมูลที่ส่งเสริมประสิทธิภาพของเครือข่าย ด้วยการแนะนำลายเซ็น Schnorr ที่นวัตกรรม Taproot ได้เปิดอาคารใหม่สำหรับการพัฒนาระบบนิเวศบิตคอยน์ บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการอัปเกรด Taproot ว่าคืออะไร มีคุณสมบัติอะไรบ้าง และอิทธิพลต่อบิตคอยน์ในระยะยาว

Taproot คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญ

Bitcoin Taproot (BIP 341 และ BIP 342) เป็นการอัปเกรดซอฟต์แวร์เชิงคำนวณที่อนุมัติโดยชุมชน Bitcoin ด้วยการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง มันเป็นการปรับปรุงที่สำคัญต่อ bitcoin ยังคงทำงานตามคำจำกัดความเดิม แต่มีขีดความสามารถใหม่ และเป็นการอัปเกรดที่ยืดหยุ่นที่สุด ซึ่งหมายความว่า ledger เก่าสามารถตรวจสอบและประมวลผลธุรกรรม Taproot ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอัปเกรดของพวกเขาเอง


Taproot ให้ความหมายไป 3 อย่างที่สำคัญ: การเปลี่ยนแปลงวิธีที่ Bitcoin xác định ข้อมูลอัตลักษณ์ (ธุรกรรม signatures) ทำให้ธุรกรรมมีความเป็นส่วนตัว ช่วยให้มีสัญญาอัจฉริยะที่ซับซ้อนมากขึ้น และลดขนาดข้อมูลของธุรกรรม


เหตุผลที่ Taproot สำคัญต่อ Bitcoin คือ มันสามารถแก้ไขข้อจำกัดบางประการของ bitcoin โครงข่ายปัจจุบัน โดยทำให้มีค่าธรรมชาติดีขึ้นมากขึ้น จึงทำให้ bitcoin เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับธุรกรรมเชิงพาณิชย์ของสินค้าจริง

Taproot คืออัปเกรดแบบ Soft fork ซึ่งหมายความว่าโหนดเก่าสามารถเข้ากันได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับปรุง

ลายเซ็น Schnorr: การปฏิวัติสาขาการเข้ารหัส

ลายเซ็น Schnorr เป็นวิธีการเข้ารหัสทางคณิตศาสตร์ที่แตกต่างจากวิธี ECDSA (Elliptic Curve Digital Signature Algorithm) ที่ Bitcoin ใช้มาตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อเทียบกับ ECDSA ลายเซ็น Schnorr มีคุณสมบัติที่โดดเด่นและมีประโยชน์มากมาย


คุณสมบัติหลักประการแรกคือ "การรวมลายเซ็น" (signature aggregation) ซึ่งหมายความว่า หากมีผู้ลงนามหลายคนในธุรกรรมเดียวกัน สามารถรวมลายเซ็นทั้งหมดเป็นลายเซ็นเดียวได้ วิธีนี้ช่วยลดขนาดข้อมูลและหน่วยความจำที่จำเป็นสำหรับการจัดเก็บและส่ง


ประโยชน์อีกประการหนึ่ง คือ ลายเซ็น Schnorr เร็วกว่า ECDSA ในการคำนวณ ซึ่งหมายความว่าโหนด Bitcoin สามารถตรวจสอบลายเซ็นได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มผลผลิตของเครือข่าย นอกจากนี้ ลายเซ็น Schnorr ยังให้ความเป็นส่วนตัวดีขึ้น เพราะว่าทำให้ยากขึ้นในการแยกความแตกต่างระหว่างธุรกรรมธรรมดากับธุรกรรมที่ซับซ้อนบนบล็อกเชน

ลายเซ็น Schnorr อนุญาตให้มีการรวมลายเซ็นหลายรายให้เป็นหนึ่งลายเซ็นเดียว ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่และลดค่าธรรมชาติ

ปรับปรุงความเป็นส่วนตัวและความลับของธุรกรรม

หนึ่งในการปรับปรุงที่สำคัญที่สุดของ Taproot คือการปรับปรุงความเป็นส่วนตัว ผู้ที่มองเห็นบล็อกเชน Bitcoin สามารถเห็นเพียงข้อมูลพื้นฐานของธุรกรรม เช่น ที่อยู่โครงข่ายและจำนวนเหรียญที่ส่ง แต่พวกเขาไม่สามารถเห็นว่าเงื่อนไขการใช้เงินนั้นคืออะไรทั้งหมด


ด้วย Taproot เรื่องนี้มีการปรับปรุงเพิ่มเติม เมื่อใช้ Taproot เงื่อนไขการใช้เงิน (script) ที่ซับซ้อนสามารถมีลักษณะเหมือนกับการใช้เงิน (script) ธรรมดาบนบล็อกเชน เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดมี cryptographic proof เดียวกัน วิธีนี้ช่วยให้ยากขึ้นในการกำหนดว่าข้อมูลธุรกรรมนั้นใช้เงื่อนไขใด


ความเป็นส่วนตัวนี้มีประโยชน์สำหรับบุคคล ธุรกิจ และองค์กรทั้งหมด เพราะว่าช่วยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเห็นรายละเอียดของธุรกรรมทางการเงินของพวกเขา ซึ่งอาจใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมหรือสร้างโปรไฟล์ทางธุรกิจได้

ด้วย Taproot ความเป็นส่วนตัวได้รับการปรับปรุง เพราะว่าธุรกรรมที่ซับซ้อนดูเหมือนธุรกรรมธรรมดา ทำให้ยากขึ้นในการติดตามรูปแบบการใช้งาน

ความสามารถในการดำเนินการสัญญาอัจฉริยะที่ปรับปรุง

สัญญาอัจฉริยะคือชุดของกฎและเงื่อนไขที่ฮาร์ดโค้ดลงในบล็อกเชน และจะดำเนินการโดยอัตโนมัติเมื่อตรงตามเงื่อนไข บน Bitcoin สัญญาอัจฉริยะจะมีความซับซ้อนและทำให้ยากขึ้นเมื่อเทียบกับเอทีเรียม แต่ Taproot ทำให้สัญญาอัจฉริยะ Bitcoin มีความซับซ้อนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ด้วย Taproot เงื่อนไขการใช้เงินสามารถจัดกลุ่มและจัดระเบียบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ Merkelized Abstract Syntax Tree (MAST) เทคนิคนี้ช่วยให้สัญญาอัจฉริยะ Bitcoin มีความซับซ้อนและสามารถกำหนดค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ตัวอย่างเช่น สัญญาอัจฉริยะที่ใช้เวลาหรือเงื่อนไขหลายประการสามารถดำเนินการบน Bitcoin ด้วย Taproot ได้ดีขึ้น ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชน์ที่ซับซ้อนมากขึ้นบน Bitcoin ได้ เช่น atomic swaps, payment channels และอื่นๆ

Taproot ช่วยให้สัญญาอัจฉริยะ Bitcoin มีความซับซ้อนมากขึ้น ด้วยการจัดระเบียบเงื่อนไขการใช้เงินโดยใช้ MAST

ลดขนาดและค่าธรรมชาติของธุรกรรม

ความสามารถในการรวมลายเซ็น Schnorr และการใช้ Taproot นำมาซึ่งการลดขนาดข้อมูลของธุรกรรมที่มีนัยสำคัญ เมื่อธุรกรรมมีขนาดเล็กลง พื้นที่ดิจิทัลที่เป็นส่วนหนึ่งของบล็อกเชนก็เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่า ธุรกรรมมากขึ้นสามารถรวมอยู่ในบล็อก Bitcoin เดียว


ปัจจุบัน บล็อก Bitcoin เต็มจำนวนประมาณ 1 MB ของข้อมูล ด้วยการลดขนาดธุรกรรมโดยการใช้ Taproot ธุรกรรมมากขึ้นสามารถรวมอยู่ในบล็อกเดียวได้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลักการของ Bitcoin ที่อาจเพิ่มขนาดบล็อก


นอกจากนี้ เมื่อเครือข่าย Bitcoin ยุ่งขึ้น ค่าธรรมชาติสำหรับการเลือกรายการการชำระเงิน (transaction fee) จะสูงขึ้น การลดขนาดธุรกรรมด้วย Taproot ช่วยให้ค่าธรรมชาติน้อยลงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับธุรกรรมที่ซับซ้อน เช่น transaction หลายลายเซ็น

การใช้ Taproot ลดขนาดธุรกรรม 20-30% ซึ่งลดค่าธรรมชาติและเพิ่มกำลังการผลิตของเครือข่าย

ตารางการเปรียบเทียบ Taproot กับอัปเกรดเก่า

คุณสมบัติBitcoin ก่อน TaprootBitcoin หลัง Taprootประโยชน์
ลายเซ็นดิจิทัลECDSA เท่านั้นSchnorr + ECDSAความเร็วที่เพิ่มขึ้น และรวมลายเซ็นได้
ขนาดธุรกรรม100% (เบสไลน์)70-80% (ลดลง)ค่าธรรมชาติที่น้อยลง และกำลังการผลิตมากขึ้น
ความเป็นส่วนตัวธุรกรรมซับซ้อนมองเห็นได้ธุรกรรมซับซ้อนดูเหมือนธรรมดาความลับการใช้งานที่ดีขึ้น
สัญญาอัจฉริยะจำกัด ไม่มี MASTMAST และ Tapscriptความซับซ้อนและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น
ความเข้ากันได้N/ASoft fork - โหนดเก่าเข้ากันได้อัปเกรดแบบเสริม ไม่หารือบังคับ


ตารางด้านบนแสดงให้เห็นการปรับปรุงหลักของ Taproot เมื่อเทียบกับระบบ Bitcoin ก่อนหน้านี้ การปรับปรุงเหล่านี้ทำให้ Taproot กลายเป็นหนึ่งในการอัปเกรดที่สำคัญที่สุดของ Bitcoin ตั้งแต่ที่มีการแนะนำ Segregated Witness (SegWit) ในปี 2017

กำหนดเวลาการเปิดใช้งาน Taproot

กำหนดการเปิดใช้งาน Taproot มีขั้นตอนดังนี้: ครั้งแรก นักพัฒนา Bitcoin ได้เสนออาคารที่ดีขึ้น ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา และเขียน BIP 341 และ BIP 342 ทั่วถึง ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2021 Bitcoin Core team ได้เพิ่ม Taproot เข้าในซอฟต์แวร์ Bitcoin เวอร์ชัน 0.21.0


ในเดือนมิถุนายน 2021 โหนด Bitcoin ได้เริ่มการลงคะแนน "Taproot" โดยใช้วิธี Speedy Trial ซึ่งเป็นวิธีการลงคะแนนใหม่ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้สามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น ในเดือนพฤศจิกายน 2021 Taproot ได้ถูกใช้งานเมื่อบล็อก 709632 ถูกข่มแข็งบนเครือข่าย Bitcoin


จากบล็อกนั้นเป็นต้นไป โหนด Bitcoin และกระเป๋าสตางค์ใหม่สามารถใช้ Taproot ได้ อย่างไรก็ตาม โหนดเก่ายังสามารถตรวจสอบธุรกรรม Taproot ได้ เนื่องจากเป็น Soft fork การใช้งาน Taproot ต้องใช้เวลาเพื่อให้แอปพลิเคชันและกระเป๋าสตางค์ได้รับการปรับปรุง

Taproot ถูกเปิดใช้งาน 14 พฤศจิกายน 2564 ที่บล็อก 709632 ด้วยการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากชุมชน Bitcoin

ผลกระทบของตลาด และการยอมรับ

การเปิดใช้งาน Taproot นำมาซึ่งการทำความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับศักยภาพของ Bitcoin ในตลาด เมื่อข่าว Taproot ของเป็นไปตามแผน บทวิจารณ์เชิงบวกและการเห็นระดับความสำคัญเพิ่มขึ้นในชุมชน Bitcoin


จากด้านของการพัฒนา กระเป๋าสตางค์ที่มีชื่อเสียง เช่น Blockstream's Green, Nunchuk, Specter, และ Sparrow ได้เริ่มเพิ่มการสนับสนุน Taproot ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 การยอมรับของกระเป๋าสตางค์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Taproot ได้ง่ายขึ้น


อย่างไรก็ตาม การยอมรับของ Taproot ยังค่อนข้างช้า เนื่องจากมีเพียงประมาณ 5-10% ของธุรกรรม Bitcoin ที่ใช้ Taproot ในปัจจุบัน (ณ เดือนกลางปี 2024) สาเหตุนี้อาจเป็นเพราะว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก Taproot หรือกระเป๋าสตางค์ของพวกเขายังไม่เพิ่มการสนับสนุนสำหรับมัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป การยอมรับของ Taproot คาดว่าจะเพิ่มขึ้น

แม้ว่าการยอมรับของ Taproot ยังช้า แต่กระเป๋าสตางค์หลักและผู้ให้บริการสมุดราษฎร์ได้เพิ่มการสนับสนุนแล้ว

ปัญหา และข้อสงสัยเกี่ยวกับ Taproot

แม้จะมีข้อดีมากมาย มีความกังวลบางประการเกี่ยวกับ Taproot ที่บางคนยังคงมีข้อสงสัย หนึ่งในสิ่งเหล่านี้คือคำถามเกี่ยวกับการปลอมแปลงและการลดความชัดเจนของธุรกรรม


ด้วยการซ่อนเงื่อนไขการใช้เงินที่ซับซ้อนเบื้องหลัง Taproot การสอบสวนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอาจเป็นเรื่องยากขึ้น เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถมองเห็นว่าธุรกรรมใดที่ใช้เงื่อนไขใดได้ง่ายขึ้น


อีกข้อกังวลหนึ่งคือเกี่ยวกับความซับซ้อนของเทคโนโลยี การใช้ Taproot กำหนดให้ผู้พัฒนาและกระเป๋าสตางค์ต้องมีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับการเข้ารหัส ซึ่งอาจจำกัดการยอมรับและการพัฒนาของมัน อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมได้เอาชนะปัญหาเหล่านี้ด้วยการสร้างเครื่องมือและห้องสมุด (library) ที่ทำให้ Taproot ใช้ง่ายขึ้น

อุตสาหกรรม Bitcoin กำลังอยู่ในขั้นตอนแรกของการยอมรับ Taproot และต้องสร้างเครื่องมือและระบบสนับสนุนให้เสร็จสิ้น

อนาคตของ Bitcoin หลัง Taproot

ด้วยการเปิดใช้งาน Taproot ไป Bitcoin ได้เข้าสู่ยุคใหม่ของพัฒนา Taproot เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด ของการปรับปรุง Bitcoin นักพัฒนา Bitcoin กำลังสำรวจอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อปรับปรุงเพิ่มเติม


ตัวอย่างเช่น "Payment Pools" เป็นเทคนิคใหม่ที่ใช้ Taproot เพื่อให้หลายคนสามารถดูแลกองทุนเดียวบน Bitcoin ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีนี้จะช่วยให้ Bitcoin Layer 2 (เช่น Lightning Network) มีประสิทธิภาพมากขึ้น


อีกตัวอย่างหนึ่ง "Covenant" เป็นคุณสมบัติที่อนุญาตให้หลายการดำเนินการ (operation) ควบคุมการใช้เงินของธุรกรรม ด้วยการใช้ Taproot สามารถสร้าง Covenant ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น อันที่จริง อุตสาหกรรม Bitcoin ได้เสนอการปรับปรุง BIP อื่น ๆ อีกมากมายเพื่อเพิ่มการสนับสนุน Covenant


อนาคตของ Bitcoin ดูเหมือนจะมีความหวัง และ Taproot เป็นขั้นตอนสำคัญในการวิวัฒนาการของมัน

คำถามที่พบบ่อย

Taproot หมายถึงอะไร และ Taproot เกี่ยวข้องกับ Bitcoin อย่างไร
Taproot (ต้นโครงการ) คืออัพเกรดโปรโตคลสำหรับ Bitcoin ที่ถูกกำหนดใน BIP 341 และ BIP 342 โดยมีการแนะนำลายเซ็น Schnorr ช่วยให้ Bitcoin มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สัญญาอัจฉริยะที่ซับซ้อนขึ้น และธุรกรรมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลายเซ็น Schnorr มีความแตกต่างจากลายเซ็น ECDSA อย่างไร
ลายเซ็น Schnorr สามารถรวมลายเซ็นหลายรายให้เป็นหนึ่งลายเซ็นได้ (signature aggregation) ซึ่งจะลดขนาดธุรกรรม เร็วกว่า ECDSA ในการตรวจสอบ และสร้างความเป็นส่วนตัวที่ดีขึ้นเพราะซ่อนความซับซ้อนของเงื่อนไข
Taproot ช่วยปรับปรุงความเป็นส่วนตัวของ Bitcoin อย่างไร
ด้วย Taproot ธุรกรรมที่ซับซ้อนจะดูเหมือนธุรกรรมธรรมดาบนบล็อกเชน ทำให้ยากขึ้นในการแยกความแตกต่างระหว่างการใช้เงินแบบต่าง ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของธุรกรรม
ค่าธรรมชาติของ Bitcoin ลดลงหลัง Taproot หรือไม่
ใช่ ด้วยการลดขนาดธุรกรรม 20-30% ค่าธรรมชาติที่ส่งเสริมโดยสำเร็จจะลดลง โดยเฉพาะสำหรับธุรกรรมที่ซับซ้อนหรือแบบมัลติซิกเนฟ
Taproot ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ Bitcoin อย่างไร
การยอมรับของ Taproot ค่อนข้างค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ในปัจจุบันธุรกรรม Taproot ประมาณ 5-15% ของจำนวนธุรกรรม Bitcoin ทั้งหมด แต่กระเป๋าสตางค์และบริการหลักได้เพิ่มการสนับสนุนแล้ว

ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด

รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th

ดูบทความทั้งหมด

สรุป

Bitcoin Taproot คืออัพเกรดที่สำคัญซึ่งทำให้ Bitcoin มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยการแนะนำลายเซ็น Schnorr ความเป็นส่วนตัวที่ปรับปรุง และสัญญาอัจฉริยะที่ซับซ้อนมากขึ้น Bitcoin ได้พัฒนาไปสู่ยุคใหม่ของความสามารถและเมื่อความเป็นส่วนตัวและประสิทธิภาพคืออุดมคติที่ส่งเสริม แม้ว่าการยอมรับยังค่อย ๆ เพิ่มขึ้น อนาคตของ Bitcoin ดูเหมือนจะมีความหวัง โดยมีการพัฒนาและการใช้งาน Taproot อย่างต่อเนื่องในทั้งวงชุมชน และอุตสาหกรรม

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน