Ledger Nano S Plus

Blast เป็นโซลูชัน Layer 2 บน Ethereum ที่มีจุดเด่นตรงที่ออกแบบให้สินทรัพย์ (ETH และสเตเบิลคอยน์) สามารถสร้างผลตอบแทนได้เองโดยอัตโนมัติ โดยผู้ใช้ไม่ต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม แนวคิดนี้เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ Layer 2 แบบเดิม เพราะยอดคงเหลือในกระเป๋าของคุณจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเองแม้ในขณะที่คุณไม่ได้ทำธุรกรรมใดๆ เลย

Blast คืออะไร และเหตุใดจึงต่างจาก Layer 2 อื่น

Blast เป็น Layer 2 blockchain ที่สร้างขึ้นบน Ethereum ด้วยเทคโนโลยี Optimistic Rollup คล้ายกับ Arbitrum และ Optimism แต่มีคุณสมบัติพิเศษคือการสร้างผลตอบแทน (yield) ให้กับสินทรัพย์ที่เก็บอยู่ในเครือข่าย โดยเฉพาะ ETH และสเตเบิลคอยน์


ใน Layer 2 ทั่วไป เมื่อคุณฝากเงินเข้าไป สินทรัพย์ของคุณจะอยู่เฉยๆ จนกว่าคุณจะนำไปใช้แลกเปลี่ยนหรือโอน แต่ Blast พยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ด้วยการทำให้สินทรัพย์ของคุณสร้างผลตอบแทนได้เอง แม้ในขณะที่คุณไม่ได้เคลื่อนไหวมันเลยก็ตาม แนวคิดนี้ดึงดูดนักพัฒนาและผู้ใช้งานจำนวนมาก เพราะหมายความว่าผู้ใช้จะได้รับผลตอบแทนเพียงแค่ถือครองสินทรัพย์อยู่บนเครือข่าย

ระบบ Rebasing ทำงานอย่างไร

ลักษณะพิเศษของ Blast คือการใช้ระบบที่เรียกว่า “rebasing” กับสินทรัพย์บางประเภท เมื่อคุณถือ ETH หรือสเตเบิลคอยน์ในกระเป๋าบน Blast จำนวนที่คุณถืออยู่จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติตามผลตอบแทนที่เครือข่ายสร้างได้ กระบวนการนี้ไม่ต้องการให้คุณกดยืนยันหรือดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม ยอดคงเหลือของคุณจะเพิ่มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ


เบื้องหลังกลไกนี้ Blast นำสินทรัพย์ไปสร้างผลตอบแทนผ่านการฝากหรือให้ยืมกับบริการทางการเงินต่างๆ เมื่อสเตเบิลคอยน์ถูกนำไปให้ยืมผ่านแพลตฟอร์มปล่อยกู้ ก็จะเกิดดอกเบี้ยขึ้น Blast จะรวบรวมผลตอบแทนนี้แล้วกระจายคืนให้แก่ผู้ถือสินทรัพย์ กล่าวได้ว่าเงินของคุณกำลังทำงานอยู่เบื้องหลังโดยที่คุณไม่ต้องลงมือทำอะไรเอง

หากคุณไม่คุ้นเคยกับ rebasing ให้คิดว่ามันคือดอกเบี้ยที่ถูกเพิ่มเข้าบัญชีของคุณโดยอัตโนมัติอยู่เรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

คุณสมบัติหลักและข้อดีของ Blast

Blast มีคุณสมบัติหลักหลายประการ ประการแรก ETH ที่ฝากเข้ามาบน Blast จะถูกนำไปสร้างผลตอบแทนผ่านกลไก staking ของ Ethereum โดยอัตโนมัติ ผลตอบแทนที่ได้จากการ staking นี้จะถูกส่งต่อกลับมาให้ผู้ถือ ETH บน Blast ในรูปแบบยอดคงเหลือที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประการที่สอง สเตเบิลคอยน์ (เช่น USDB ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ประจำเครือข่ายของ Blast) สร้างผลตอบแทนจากการนำไปหมุนในตลาดเงินภายนอก โดยอัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามสภาวะตลาด


ข้อดีอีกประการหนึ่งคือ Blast เข้ากันได้กับ Ethereum Virtual Machine (EVM-compatible) ซึ่งหมายความว่าการสร้างแอปพลิเคชันบน Blast นั้นคล้ายกับการสร้างบน Ethereum แต่มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าและทำธุรกรรมได้เร็วกว่า นักพัฒนาไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาการเขียนโปรแกรมใหม่หรือโครงสร้างใหม่ พวกเขาสามารถใช้เครื่องมือและไลบรารีเดียวกันกับที่ใช้บน Ethereum ได้ทันที

ผลตอบแทนบน Blast ไม่ใช่ตัวเลขคงที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดจริง ดังนั้นอัตราจึงอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา

กรณีการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับ Blast

Blast เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับ DeFi (การเงินแบบกระจายอำนาจ) เพราะผู้ใช้สามารถทำให้เงินของตัวเองสร้างผลตอบแทนได้ แม้ในขณะที่ปล่อยไว้เฉยๆ ตัวอย่างเช่น หากคุณฝากสเตเบิลคอยน์เข้าไปในแพลตฟอร์มปล่อยกู้ (lending) คุณจะได้รับดอกเบี้ยจากการปล่อยกู้ตามปกติ และเมื่ออยู่บน Blast คุณยังได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติมจากกลไก rebasing ของสเตเบิลคอยน์ไปพร้อมกันด้วย


แอปพลิเคชันเกมยังได้ประโยชน์จากระบบนี้เช่นกัน เพราะผู้เล่นที่ถือสินทรัพย์หรือเงินทุนไว้บน Blast จะได้รับผลตอบแทนไปพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจเพิ่มเติมให้ผู้เล่นเลือกใช้งานเกมที่สร้างบนเครือข่ายนี้

เปรียบเทียบ Blast กับ Layer 2 อื่นๆ

Arbitrum และ Optimism เป็น Layer 2 สองรายที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดบน Ethereum แต่ทั้งคู่ไม่มีระบบสร้างผลตอบแทนอัตโนมัติในตัว หากผู้ใช้ต้องการสร้างผลตอบแทน จะต้องนำสินทรัพย์ไปฝากในโปรโตคอล DeFi ต่างๆ ด้วยตนเอง ซึ่งมีค่าธรรมเนียม (gas fee) เพิ่มเติมและต้องศึกษาเลือกโปรโตคอลที่น่าเชื่อถือเอง


ในทางกลับกัน Blast พยายามทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้น ด้วยการสร้างผลตอบแทนเป็นส่วนหนึ่งของระบบโดยตรง สิ่งนี้ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถได้รับผลตอบแทนโดยไม่ต้องเข้าใจเทคนิคการเงินที่ซับซ้อนมากนัก อย่างไรก็ตาม ตัวเลือกอื่นๆ เช่น Arbitrum ยังคงมีระบบนิเวศที่ใหญ่และหลากหลายกว่าในปัจจุบัน

ความเสี่ยงและข้อจำกัดของ Blast

ความเสี่ยงแรกคือความเสี่ยงด้านเทคนิคของแพลตฟอร์มเอง ในการสร้างผลตอบแทน Blast ต้องนำสินทรัพย์ไปฝากหรือให้ยืมกับส่วนอื่นๆ ของระบบการเงิน หากโปรโตคอลที่รับสินทรัพย์ไปเกิดข้อผิดพลาดหรือถูกโจมตี (exploit) เงินของผู้ใช้ก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วย นอกจากนี้ Blast ยังเป็นเครือข่ายที่ค่อนข้างใหม่ จึงมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงและความน่าเชื่อถือสูงกว่าเครือข่ายที่ผ่านการพิสูจน์มานาน


ความเสี่ยงที่สองคือความผันผวนของอัตราผลตอบแทน ผลตอบแทนที่ได้รับไม่ได้คงที่ อาจลดลงได้หากอัตราดอกเบี้ยตลาดลดลง หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงในกลไกที่ Blast ใช้สร้างผลตอบแทน นอกจากนี้ Blast ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จึงมีความเป็นไปได้ที่จะพบข้อผิดพลาดหรือปัญหาที่ยังไม่ถูกค้นพบ

สินทรัพย์ที่คุณฝากไว้บน Blast ไม่ได้รับการค้ำประกันจากหน่วยงานรัฐใดๆ ดังนั้นหากเครือข่ายหรือโปรโตคอลที่เกี่ยวข้องเกิดปัญหา เงินของคุณก็มีโอกาสสูญเสียได้เช่นกัน

การยอมรับจริงและระบบนิเวศของ Blast

Blast ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรชีวิต มีโปรเจ็กต์ DeFi และเกมที่สร้างขึ้นบนเครือข่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งบ่งชี้ว่านักพัฒนามีความสนใจในแพลตฟอร์มนี้ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ใช้งานโดยรวมยังคงน้อยกว่า Arbitrum หรือ Optimism


เมื่อจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้น ระบบนิเวศก็มีแนวโน้มจะเติบโตตามไปด้วย มีโปรเจ็กต์ใหม่ๆ เข้ามาและนักพัฒนามากขึ้นสร้างสิ่งต่างๆ บนเครือข่าย ซึ่งเป็นลำดับการพัฒนาโดยทั่วไปของ Layer 2 ใดๆ ข้อดีของการเข้าร่วมในช่วงแรกคือมีโอกาสได้สัมผัสฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร แต่ข้อเสียคือความเสี่ยงที่สูงกว่า เนื่องจากระบบยังไม่ผ่านการพิสูจน์ในระยะยาว

การถกเถียงและข้อวิจารณ์เกี่ยวกับ Blast

เมื่อ Blast เปิดตัวครั้งแรก มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับรูปแบบการเปิดตัว เนื่องจากผู้ใช้ที่ฝากสินทรัพย์เข้าไปในช่วงแรกไม่สามารถถอนออกได้ทันที ต้องรอจนกว่าเครือข่ายจะเปิดใช้งานแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งทำให้เกิดคำถามเรื่องความเสี่ยงด้านการดูแลสินทรัพย์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน นอกจากนี้ยังมีข้อวิจารณ์เกี่ยวกับระบบสะสมแต้ม (points) และรูปแบบการกระจายสิ่งจูงใจ ที่บางฝ่ายมองว่าอาจเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้งานและนักลงทุนกลุ่มแรกมากกว่าผู้ใช้ทั่วไปที่เข้ามาทีหลัง


ข้อวิจารณ์อีกประการหนึ่งคือ ผลตอบแทนที่ Blast มอบให้ไม่ได้เกิดขึ้นเองภายในสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) โดยตรง แต่มาจากการนำสินทรัพย์ไปฝากหรือให้ยืมต่อกับโปรโตคอลภายนอก ซึ่งหมายความว่าหากโปรโตคอลเหล่านั้นเกิดปัญหาด้านความปลอดภัย ผู้ใช้ Blast ก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย


นอกจากนี้ยังมีการถกเถียงเกี่ยวกับระดับความกระจายศูนย์ (decentralization) ของเครือข่าย เนื่องจาก Blast ในช่วงแรกยังมีการควบคุมบางส่วนโดยทีมผู้พัฒนา ซึ่งเป็นข้อกังวลทั่วไปสำหรับเครือข่ายใหม่ที่ยังอยู่ระหว่างกระจายอำนาจออกจากทีมงาน เมื่อเวลาผ่านไป เครือข่ายจะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใสมากขึ้น

ประเด็นเชิงปฏิบัติและบทสรุป

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป Blast นำเสนอวิธีใหม่ที่น่าสนใจในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ดิจิทัล หากคุณคุ้นเคยกับ Layer 2 อยู่แล้วและต้องการลองสิ่งใหม่ การศึกษา Blast อาจเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม ควรจำไว้ว่า Blast ยังเป็นเครือข่ายที่ค่อนข้างใหม่ จึงมีความเสี่ยงสูงกว่าเครือข่ายที่ผ่านการพิสูจน์มานาน


อีกประเด็นสำคัญคือการเข้าใจว่าผลตอบแทนที่ได้ไม่ใช่คำสัญญาที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและกลไกภายในของเครือข่าย ก่อนใช้งาน Blast ควรศึกษาและทำความเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดให้รอบด้าน โดยรวมแล้ว Blast เป็นแพลตฟอร์มที่น่าสนใจซึ่งสะท้อนแนวทางหนึ่งที่ระบบการเงินดิจิทัลอาจพัฒนาต่อไปในอนาคต แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

คำถามที่พบบ่อย

ผลตอบแทนที่ Blast ให้นั้นสูงแค่ไหน
ผลตอบแทนแตกต่างกันไปตามประเภทของสินทรัพย์และเงื่อนไขตลาดในขณะนั้น สเตเบิลคอยน์มักให้ผลตอบแทนในระดับไม่กี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี ส่วน ETH อาจแตกต่างออกไปตามอัตราผลตอบแทนจากการ staking โดยรวม ผลตอบแทนนี้ไม่คงที่และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาด
ฉันต้องทำอะไรเพื่อรับผลตอบแทนจาก Blast
คุณเพียงแค่ต้องเก็บ ETH หรือสเตเบิลคอยน์ไว้ในกระเป๋าของคุณบน Blast ระบบ rebasing จะจัดการส่วนที่เหลือให้โดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องให้ยืมเงินหรือเลือกเข้าร่วมสัญญาใดๆ เพิ่มเติม
เงินของฉันปลอดภัยบน Blast หรือไม่
Blast เป็นเครือข่ายที่ค่อนข้างใหม่ เช่นเดียวกับ Layer 2 ใหม่ทั่วไป จึงมีความเสี่ยงด้านเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ผลตอบแทนที่มาจากการให้ยืมสินทรัพย์ต่อกับโปรโตคอลอื่นก็มีความเสี่ยงร่วมด้วย สิ่งสำคัญคือควรทำความเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจใช้งาน
Blast แตกต่างจาก Arbitrum หรือ Optimism อย่างไร
คุณสมบัติหลักของ Blast คือระบบ rebasing ที่สร้างผลตอบแทนให้กับสินทรัพย์ของคุณโดยอัตโนมัติ ขณะที่ Arbitrum และ Optimism ไม่มีคุณสมบัตินี้ในตัว ผู้ใช้ต้องนำสินทรัพย์ไปหาผลตอบแทนผ่านบริการ DeFi อื่นๆ เอง นอกจากนี้ Blast ยังใหม่กว่าและมีระบบนิเวศที่เล็กกว่า
ฉันจะเริ่มต้นใช้ Blast ได้อย่างไร
คุณสามารถนำ ETH หรือสเตเบิลคอยน์เข้าสู่ Blast ได้โดยการโอนผ่านสะพาน (bridge) จากเครือข่ายอื่นหรือจาก Ethereum mainnet จากนั้นเก็บสินทรัพย์ไว้ในกระเป๋าของคุณบน Blast ระบบ rebasing จะเริ่มทำงานให้โดยอัตโนมัติ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้บริการ bridge ที่น่าเชื่อถือในการโอนเงินทุกครั้ง

ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด

รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th

ดูบทความทั้งหมด

สรุป

Blast นำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ดิจิทัลบน Layer 2 ผ่านระบบ rebasing ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเครือข่ายยังค่อนข้างใหม่และผลตอบแทนขึ้นอยู่กับกลไกภายนอกที่มีความเสี่ยงร่วมด้วย ผู้ใช้จึงควรทำความเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจใช้งาน

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน