Ledger Nano S Plus

Chainlink เป็นหนึ่งในปัญหาพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของ blockchain ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นทางการ นั่นคือปัญหา 'oracle' หรือปัญหาของการนำข้อมูลจากโลกภายนอกเข้ามาในเครือข่าย blockchain Smart contract มี "eyes" ที่ให้เห็นเฉพาะสถานะของ blockchain เท่านั้น แต่ไม่สามารถเห็นราคา สภาพอากาศ ผลการแข่งขัน หรือข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่อยู่นอก blockchain ได้ Chainlink ได้รับการออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยง smart contracts กับข้อมูลและสำนักงานจ่ายเงิน ทำให้สามารถใช้ข้อมูลในโลกจริงและดำเนินการตามนั้น ทำให้เกิด DeFi มากมายที่ขึ้นอยู่กับข้อมูลราคาจากตลาด บทความนี้จะสำรวจ Chainlink อย่างลึกซึ้ง นำเสนอวิธีการทำงาน ข้อดีข้อเสีย และบทบาทสำคัญของมันในระบบนิเวศ DeFi

ปัญหา Oracle คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญต่อ Blockchain

ปัญหา oracle เป็นปัญหาพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติของ blockchain เอง บล็อกเชนได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เป็นระบบปิด ซึ่งผู้ถือโหนดเพียงแค่พิสูจน์ความจริงของข้อมูลที่อยู่ในตัวเองได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถพิสูจน์หรือตรวจสอบข้อมูลจากภายนอกได้


สมมติว่าคุณต้องการสร้าง smart contract ที่ทำการ settle transaction ตามราคาของ Bitcoin เมื่อนาฬิกาตรวจเห็นราคา Bitcoin ตกต่ำกว่า $20,000 contract ต้องการทราบว่าราคา Bitcoin ในตอนนี้คือเท่าไหร่ แต่ contract ไม่สามารถ 'ออกมา' จากบล็อกเชน ไปดูราคา Bitcoin บน Coinbase หรือ Kraken ได้ ดังนั้น คุณต้องการวิธีที่เชื่อถือได้ในการนำข้อมูลนั้นเข้ามาใน contract ด้วยความปลอดภัยสูงสุด


นี่คือจุดที่ oracle เข้ามาบทบาท oracle เป็น 'gateway' ที่นำข้อมูลจากโลกภายนอกเข้ามาใน blockchain ปัญหาคือ ถ้า oracle เป็นเพียงแค่บุคคล หรือบริษัท เดียว พวกเขาสามารถโกหกได้ หรือได้รับการชดเชยให้ส่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเข้ามา จึงเป็นจุดศูนย์กลางที่เป็นจุดอ่อนในระบบ

ปัญหา oracle ไม่ใช่ปัญหาเทคนิคอย่างแท้จริง แต่เป็นปัญหาเศรษฐกิจและนโยบายศาสตร์ เกี่ยวกับวิธีการเชื่อถือข้อมูล

Chainlink ได้รับการแก้ไขปัญหา oracle โดยการสร้าง oracle network ที่เป็นการกระจาย (decentralized) แทนการใช้ oracle เพียงแค่ตัวเดียว ด้วยวิธีนี้ ไม่มี oracle เพียงตัวเดียวที่สามารถโกหกหรือ manipulate ข้อมูลได้


เมื่อ smart contract ต้องการข้อมูล มันจะส่ง request ไปยังเครือข่าย Chainlink ที่ประกอบด้วยโหนดที่เป็นอิสระนับพันแห่ง แต่ละโหนดดึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลายแห่ง ตรวจสอบว่าข้อมูลนั้นแม่นยำเพียงใด จากนั้นส่งข้อมูลของมันกลับมาที่ contract มิดโลหิต (middleware) ที่เรียกว่า Aggregation Layer รวบรวมข้อมูลจากโหนดทั้งหมด ขจัดค่าที่ผิดปกติ และ calculate ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ผลลัพธ์นี้จะถูก submit ไป smart contract ที่ขอข้อมูล


โครงสร้างนี้มีหลายประโยชน์ อย่างแรก มันเป็นการกระจาย โดยไม่มี oracle แต่ละตัวที่มีอำนาจเพียงพอที่จะ manipulate ผลลัพธ์ได้อย่างลวงได้ อย่างที่สอง มันนำเสนอการลดวงน้อย (redundancy) ถ้า oracle หนึ่งออฟไลน์หรือโกหก oracle อื่นๆ ยังคงให้ข้อมูลที่แม่นยำได้

Chainlink ไม่ใช่เพียงแค่ oracle ที่จัดส่งราคา มันมีความสามารถในการนำแหล่งข้อมูลหลายประเภท และบริการที่หลากหลายเข้ามา


ข้อมูลราคา (Price Data) คือบริการ core ของ Chainlink เครือข่ายจัดส่งข้อมูลราคาจำนวนมหาศาล ไม่เพียงแค่ Bitcoin และ Ethereum แต่ยังรวมถึง altcoins และแม้แต่สินทรัพย์ที่ไม่ใช่ crypto เช่น ทอง น้ำมัน และหุ้น เวลาจริง (Real-time)


ข้อมูลออฟเชน (Off-chain Computation) คือบริการที่ Chainlink จัดส่ง ตรวจสอบข้อมูลหรือทำการคำนวณที่ซับซ้อนเกินไป ที่จะทำบน blockchain ได้ เหล่านี้สามารถเป็นการตรวจสอบข้อมูล (verification) หรือการดำเนินการสัญญา (contract automation) ได้


การสุ่มแบบสุ่มที่ตรวจสอบได้ (Verifiable Random Functions, VRF) คือบริการที่สำคัญสำหรับการใช้งานที่ต้องใช้ random number ที่ไม่สามารถ manipulate ได้ เช่น เกมออนไลน์หรือระบบ lottery


การอัตโนมัติการทำงาน (Automation) คือบริการ Chainlink ที่ไม่ค่อยได้รับการสังเกต แต่สำคัญมาก ที่ Chainlink Automation อนุญาต smart contracts ให้ trigger functions โดยอัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขต่างๆ ถูกตรวจพบบน chain หรือ off-chain

Chainlink มิได้เป็นเพียงแค่ price feed ข้อมูล มันเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์สำหรับการโต้ตอบระหว่าง blockchain กับโลกภายนอก

LINK token เป็น ERC-20 token ที่พัฒนาบน Ethereum blockchain ช่วงแรก มันมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ Chainlink


หน้าที่แรกของ LINK คือการชำระเงิน (Payment) สำหรับบริการของ Chainlink เมื่อ smart contract ขอข้อมูล ต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็น LINK tokens สำหรับ oracle nodes ที่จัดส่งข้อมูลนั้น บริการที่แตกต่างกันมีราคาตามการใช้งานและระดับ accuracy ที่ต้องการ


หน้าที่ที่สอง ของ LINK คือ Staking สำหรับสัญญา (Staking for the Agreement) oracle nodes ต้อง stake LINK tokens เพื่อรับหลักประกันว่าพวกเขาจะ stake ข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์ ถ้า node นำส่งข้อมูลที่ผิด stake ของมันจะถูกตัดออก (slashed) โมเดลนี้สร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจเพื่อให้ oracle ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง


ค่าธรรมเนียมไม่เพียงแค่ไป oracle nodes เท่านั้น Chainlink Network ก็เก็บค่าธรรมเนียมส่วนหนึ่ง ทำให้ LINK token มีจำนวนรวมที่ลดลง (deflationary) เมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากค่าธรรมเนียมเหล่านี้ถูก 'เผา' (burn) ทำให้มีการลดปริมาณ LINK ทั้งหมด


จำนวน LINK ทั้งหมดมี 1 พันล้าน tokens ที่ถูกออกมาช่วงเริ่มต้น ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ของ LINK tokens กำลังโยนออกไป ให้กับ oracle nodes ในรูปแบบของ incentives เพื่อให้พวกเขามีแรงจูงใจในการเข้ามาในเครือข่าย

FeatureChainlinkBand ProtocolTellorUMA
Oracle TypeDecentralizedDecentralizedDecentralizedDecentralized
Primary ServicePrice FeedsPrice FeedsPrice FeedsInsurance Oracle
Mainnet Launch2019202020202020
Total Value Locked$15B+$500M+$100M+$300M+
Staking RequirementYes (LINK)Yes (BAND)Yes (TRB)Minimal
Data SourcesMultipleMultipleCommunityInsurance Model


จากตารางข้างต้น จะเห็นได้ว่า Chainlink นำหน้าด้านมูลค่า TVL มาก นี่แสดงถึงความไว้วางใจและการยอมรับกว้างขวางของ Chainlink ในตลาด Band Protocol เป็น competitor ที่ใกล้เคียง ส่วน Tellor และ UMA ทำหน้าที่ยูนิกมากขึ้น ในการให้บริการที่เฉพาะเจาะจง

Chainlink เป็นขั้นตอนสำคัญของ DeFi ecosystem ดังนี้คือวิธีการใช้งานบางส่วน


ตลาดอนุพันธ์ (Derivatives Markets) เช่น dYdX, Synthetix และ Aave ใช้ Chainlink เพื่อติดตามราคาของสินทรัพย์ต่างๆ ในเวลาจริง จากนั้นปรับความเสี่ยงของตำแหน่งลอยตัว (floating positions) ตามราคาที่ Chainlink จัดส่ง ถ้าไม่มี Chainlink เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้าง derivatives ที่เสถียร บน blockchain


ระบบการยืม-ยืมค้ำประกัน (Collateralized Lending) เช่น Aave และ Compound ใช้ Chainlink เพื่อตรวจสอบว่าผู้ยืมมีค่ำประกันเพียงพอ ถ้าราคาของสินทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน ตกต่ำกว่าระดับที่กำหนด Chainlink จะทำให้ smart contract รู้ว่าจำเป็นต้องทำการชำระหนี้ที่มั่นคง (liquidation)


แพลตฟอร์มประกันภัย (Insurance Platforms) เช่น Nexus Mutual ใช้ Chainlink เพื่อให้ทราบเมื่อใด insured event เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น ถ้า crypto exchange ถูก hacked Chainlink จะป้อนข้อมูลนี้เข้าไปใน smart contract ให้ทำการจ่ายสินไหมได้อย่างอัตโนมัติ


นอกจากนี้ Chainlink ยังถูกใช้งานในการจ่ายค่าธรรมเนียมโดยอัตโนมัติ (automated fee handling) ระบบการจัดการสินทรัพย์ (asset management) และแม้แต่การเล่นเกม (gaming) ที่ต้องใช้ random numbers ที่ไม่สามารถ manipulate ได้

แม้ว่า Chainlink เป็นระบบที่ดีสำหรับการ oracle ปัญหา oracle นั้น ยังมีความเสี่ยงและการท้าทายบางประการ


ความเสี่ยงของสตัก (Staking Risk) ถ้า oracle nodes ทำสัญญาบอกความเท็จ พวกเขาจะโดนตัดส่วน stake ของพวกเขา ซึ่งหมายความว่า oracle nodes มีแรงจูงใจที่จะทำหน้าที่อย่างสุจริต แต่ถ้าโหนดทั้งหมดทำสัญญาบอกความเท็จพร้อมกัน (collusion) ระบบสามารถแตกหักได้ ซึ่งแม้ว่าจะยากมาก แต่เป็นไปได้


ความปลอดภัยของแหล่งข้อมูล (Data Source Security) Chainlink เพียงแค่ import ข้อมูลจากแหล่งข้อมูล แหล่งข้อมูลเหล่านั้นเองอาจ compromised ได้ เช่น ถ้าแหล่งที่ Chainlink ใช้เป็น centralized API server ที่ถูก hack ข้อมูลที่ import มาจะเป็นข้อมูลที่ผิด


การ ขึ้นราคา (Price Feed Lagging) ราคา Bitcoin ที่ Chainlink ส่ง อาจมีความล่าช้าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคาที่แท้จริงบนตลาด ความล่าช้านี้อาจทำให้ trader สามารถ front-run smart contract ได้ หรือ exploit ระบบได้ในบางกรณี


ความล้มเหลวที่หาจบไม่ได้ (Infinite Failure Loop) ในบางกรณีที่ extreme หากข้อมูล Chainlink ไม่ถูกต้องและนำไปสู่การ liquidate ที่ผิด มันอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ (cascading failure) ที่ส่งผลกระทบต่อระบบทั้งหมด

ไม่มี oracle network ใดที่ปลอดภัย 100% ความเสี่ยงอยู่เสมอ และต้องมีการประเมินและลดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

Chainlink อยู่ในช่วงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีหลายโครงการและฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังเข้ามา


Cross-Chain Interoperability Protocol (CCIP) คือโครงการใหญ่ที่จะอนุญาต smart contracts ให้ส่งข้อมูลและสินทรัพย์ระหว่าง blockchains ที่แตกต่างกัน นี่คือขั้นตอนสำคัญในการสร้างระบบนิเวศ multi-chain ที่เชื่อมต่อเข้าหากัน


Chainlink Functions คือบริการที่ให้ smart contracts สามารถเรียก API ทั่วไป (generic APIs) ได้โดยตรง แทนที่จะต้องรอให้ Chainlink มาการพัฒนา feed เฉพาะสำหรับแต่ละกรณีใช้งาน


Chainlink 2.0 Architecture เป็นแผนการรีอาร์คิเทคเชอร์ระบบโดยรวม ให้มีความปลอดภัยมากขึ้นและประสิทธิภาพ โดยการแยกออกเป็นหลาย layer ที่ dapat work independently


นอกจากนี้ Chainlink ยังขยายการดำเนินการไปยัง blockchains อื่นๆ หลายตัว ไม่เพียงแค่ Ethereum แล้ว ปัจจุบัน Chainlink มี nodes บน Polygon, Arbitrum, Optimism, Solana และอื่นๆ อีกมากมาย


Jobs ใหม่และ flexibility มากขึ้นในการสร้าง custom oracle solutions สำหรับธุรกิจเฉพาะ ดูเหมือนว่า Chainlink กำลังพยายามให้มี flexibility มากขึ้นเพื่อรองรับกรณีใช้งานที่หลากหลาย

เปรียบเทียบกับการแก้ปัญหา Oracle อื่นๆ

นอกเหนือจาก Chainlink มีวิธีอื่นๆ ในการแก้ปัญหา oracle บน blockchain


Oracle ที่กึ่งกลาง (Centralized Oracles) โดยที่บุคคลเดียวหรือบริษัท เดียว เป็นผู้ตัดสินว่าข้อมูลไหน ที่ถูกต้อง วิธีนี้ง่าย แต่มีความเสี่ยงสูงว่าบุคคลนั้นจะโกหกหรือ manipulate ข้อมูล


Oracle ที่ User-submitted ผู้ใช้สามารถ submit ข้อมูลได้เอง และระบบจะให้รางวัลแก่ผู้ submit ข้อมูล ที่ถูกต้อง วิธีนี้ เช่น Tellor ที่ใช้วิธี 'proof of work' เพื่อให้ผู้ submit ต้องทำงานบางอย่าง ก่อนส่งข้อมูล


Oracle ที่ prediction market-based โดยที่ผู้คนสามารถ bet บนข้อมูลที่จะเกิดขึ้น และระบบจะใช้ odds เหล่านี้เป็นราคา แนวคิดนี้สมเหตุสมผล แต่มีปัญหาคือ market ต้องมีความเจริญพอเพียง ที่จะมี liquidity สำหรับทุก possible outcome


Oracle ที่ใช้ L2 solutions Ethereum Layer 2 solutions เช่น Rollups สามารถให้ ข้อมูลที่เชื่อถือได้จาก L1 โดยตรง มันเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูงที่สุด แต่มีข้อจำกัดคือต้องการข้อมูลอยู่บน L1 แล้ว


มีเหตุผลที่ Chainlink นำหน้า ซึ่งคือการพยายาม balance ระหว่างการกระจาย (decentralization) ความปลอดภัย และความประหยัด ในหนึ่งระบบ

การศึกษา Chainlink ให้บทเรียนสำคัญหลายประการแก่ผู้ที่เข้าใจ blockchain และ cryptocurrency


บทเรียนแรกคือ 'oracle problem' เป็นหนึ่งในความท้าทายหลักของ blockchain ที่ไม่มีวิธีแก้ที่ 'บริสุทธิ์' 100% ทุก oracle solution ล้วนแล้วแต่มีการแลกเปลี่ยน (tradeoff) ที่แตกต่างกัน


บทเรียนที่สองคือ บริหารความเชื่อ (trust management) เป็นปัญหาพื้นฐานของระบบการกระจาย ไม่มีวิธีบอกคอมพิวเตอร์ว่าข้อมูลใดในโลกจริงที่ถูกต้อง คอมพิวเตอร์สามารถ verify ความถูกต้องทางคณิตศาสตร์ได้เท่านั้น


บทเรียนที่สามคือ การผสมผสาน decentralization กับ practicality ยากมาก Chainlink ทำให้ oracle network ที่เป็นการกระจายพอสมควร แต่ยังคงมีประสิทธิภาพและต้นทุนที่เหมาะสม


บทเรียนที่สี่คือ สิ่งสำคัญคือการวิเคราะห์ tradeoffs สำหรับใช้ดำเนิน DeFi application นั้นอย่างปลอดภัย ต้องเข้าใจว่า oracle นั้นเป็นอะไร ข้อมูลมาจากที่ไหน และอะไรที่อาจผิดพลาดได้

คำถามที่พบบ่อย

Chainlink คืออะไร และแตกต่างจากบริการ oracle อื่นๆ อย่างไร?
Chainlink เป็นเครือข่าย oracle ที่ได้รับการกระจาย ซึ่งนำข้อมูลจากโลกภายนอก เข้ามาใน smart contracts บน blockchain โดยวิธีที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ แตกต่างจาก oracle แบบกลาง (centralized oracles) ที่อาศัย oracle เดียว Chainlink ใช้หลายพันโหนดที่เป็นอิสระ เพื่อยืนยันและรวบรวมข้อมูล ทำให้ไม่มี oracle เพียงตัวเดียวที่สามารถโกหกหรือ manipulate ข้อมูลได้
ทำไม LINK token สำคัญต่อ Chainlink network?
LINK token มีหลายบทบาท: ประการแรก มันเป็นวิธีชำระค่าธรรมเนียมสำหรับบริการของ Chainlink ประการที่สอง node operators ต้อง stake LINK tokens เพื่อแสดงความมั่นใจในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ถ้าให้ข้อมูลผิด stake ของพวกเขาจะถูกตัดออก (slashed) ประการที่สาม fee burning ทำให้ LINK มีอุปทานลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
Chainlink ใช้งานในการประกันภัยแบบ decentralized ได้อย่างไร?
Nexus Mutual และแพลตฟอร์มประกันภัยอื่นๆ ใช้ Chainlink เพื่อยืนยันว่า insured event เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ถ้า crypto exchange ถูก hack Chainlink จะส่งข้อมูลนี้ไป smart contract เพื่อให้ทำการจ่ายสินไหมได้อย่างอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมีบุคคลคนหนึ่งที่ตัดสินใจ
ความเสี่ยงหลักของ Chainlink oracle network คืออะไร?
ความเสี่ยงหลัก ได้แก่: การ collusion ของ node operators ในการส่งข้อมูลเท็จ ความเสี่ยงของแหล่งข้อมูล (data source) ที่ถูกแฮก การ manipulate ราคา โดยการ front-run บนข้อมูล Chainlink ที่ล่าช้า และการหลงรอบการหาย (cascading failure) เมื่อข้อมูลผิดส่งผลให้มี liquidation ที่ไม่ถูกต้องในหลาย protocols พร้อมกัน
เราสามารถพึ่งพา Chainlink 100% สำหรับ oracle ได้หรือไม่?
ไม่มี oracle network ใดที่ปลอดภัย 100% ทั้งหมด Chainlink นำเสนอการแลกเปลี่ยนที่ดี (tradeoff) ระหว่าง decentralization, ความปลอดภัย, และต้นทุน แต่นักพัฒนา DeFi ต้องมี multiple layers ของการตรวจสอบและการลดความเสี่ยง ไม่ว่า oracle นั้นจะเป็นอะไรก็ตาม

ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด

รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th

ดูบทความทั้งหมด

สรุป

Chainlink ตัดสินใจปัญหา oracle ของ blockchain อย่างสำคัญ มันทำให้สมารถสร้าง smart contracts ที่ใช้ข้อมูลจากโลกจริง เช่น ราคา สภาพอากาศ และข้อมูลอื่นๆ โดยยังคงรักษา decentralization และความปลอดภัยของระบบ LINK token ได้รับการออกแบบให้สร้างแรงจูงใจที่ถูกต้อง oracle nodes ทำหน้าที่อย่างสุจริต และผู้ใช้บริการได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้ แม้ว่า Chainlink มีความเสี่ยงและข้อจำกัดบางประการ แต่มันคือสารละลายที่ดีที่สุด ระหว่าง practicality และ decentralization ที่มีอยู่ในปัจจุบัน นักพัฒนา DeFi ต้องเข้าใจความเสี่ยง โครงสร้าง และข้อจำกัดของ Chainlink เพื่อใช้งานอย่างถูกต้อง ในขณะที่ Chainlink ยังคงพัฒนา ด้วยโครงการต่างๆ เช่น CCIP และ Chainlink 2.0 ดูเหมือนว่ามันจะยังคงเป็นหัวใจของ DeFi ecosystem ต่อไปในอนาคต

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน