Ledger Nano S Plus

Cosmos เป็นโครงการที่ปฏิวัติการทำงานของ blockchain โดยเสนอแนวคิด Internet of Blockchains ซึ่งช่วยให้ blockchain ต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างอิสระ โดยยังคงความเป็นอิสระและความสามารถในการกำหนดค่าของตัวเอง ATOM token นั้นเป็น native token ของ Cosmos Hub ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของระบบ Cosmos ด้วยเทคโนโลยี Tendermint consensus engine และ Cosmos SDK นักพัฒนาสามารถสร้าง blockchain ที่เฉพาะเจาะจงอย่างรวดเร็ว และเชื่อมต่อกับ blockchain อื่นได้อย่างปลอดภัยผ่าน Inter-Blockchain Communication (IBC) protocol

Cosmos คืออะไร

Cosmos เป็นโครงการ blockchain ที่เกิดขึ้นในปี 2016 โดยจัดตั้งโดย Jae Kwon และ Ethan Buchman ซึ่งมีเป้าหมายแก้ไขปัญหาความสามารถในการมาตรส่วน (scalability) และการทำงานร่วมกัน (interoperability) ของ blockchain ปัจจุบัน Cosmos Hub เป็นจุดศูนย์กลางของระบบ Cosmos ที่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่าง blockchain ต่างๆ ปัญหาในยุคแรกของ blockchain นั่นคือ blockchain แต่ละเครื่องจักรทำงานแยกตัวออกมาเป็นเกาะ ไม่สามารถเชื่อมต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ blockchain อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ Cosmos แก้ไขปัญหานี้ด้วยการสร้างเครื่องจักร consensus ที่เรียกว่า Tendermint และ toolkit ที่เรียกว่า Cosmos SDK เพื่อให้นักพัฒนาสามารถสร้าง blockchain ของตัวเองได้อย่างง่ายดาย

Cosmos ไม่ใช่ blockchain ตัวเดียว แต่เป็นระบบนิเวศที่ประกอบด้วย blockchain หลายตัวที่สามารถเชื่อมต่อกัน

Tendermint - เครื่องจักร Consensus

Tendermint เป็น Byzantine Fault Tolerant (BFT) consensus engine ที่ให้ความเร็ว ความสิ้นสุด (finality) และความปลอดภัยสูง ซึ่งแตกต่างจากการใช้ Proof of Work แบบดั้งเดิมที่ใช้ในบิตคอยน์ Tendermint ใช้ Proof of Stake mechanism ที่ผู้ validate ท่านได้รับการเลือกสรรตามจำนวน token ที่พวกเขา stake ในระบบ ความเร็วของ Tendermint นั้นสูงมาก ในแต่ละบล็อก การคำนวณใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ซึ่งเร็วกว่า Bitcoin หลายสิบเท่า


Tendermint มีสถาปัตยกรรมที่เป็นโมดูลาร์ ซึ่งหมายความว่า consensus layer และ application layer นั้นแยกออกจากกัน ลักษณะนี้ช่วยให้นักพัฒนาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับ consensus mechanisms และสามารถเน้นไปที่การพัฒนา business logic ของแอปพลิเคชันของพวกเขา

Tendermint สามารถสร้าง finality ในเวลาประมาณ 5-10 วินาที ทำให้สามารถยืนยันธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว

Cosmos SDK - เครื่องมือพัฒนา Blockchain

Cosmos SDK เป็น framework สำหรับสร้าง blockchain หลากหลายรูปแบบที่ขับเคลื่อน Cosmos ecosystem นักพัฒนาสามารถใช้ Cosmos SDK เพื่อสร้าง blockchain ที่ปรับแต่งได้สำหรับแอปพลิเคชันเฉพาะของพวกเขา SDK นี้ออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูงและปลอดภัย โดยมี modules ที่พร้อมใช้เช่น auth (การพิสูจน์ตัวตน), bank (การจัดการ balance), staking (การ stake token), governance (การลงคะแนนเสียง) เป็นต้น


โดยทั่วไป เมื่อนักพัฒนาต้องการสร้าง blockchain ตัวใหม่ พวกเขาเลือก modules ที่ต้องการ และเพิ่ม custom modules ของพวกเขาเองตามความจำเป็น ทำให้กระบวนการพัฒนาเร็วขึ้นและความเสี่ยงลดลง Cosmos SDK เขียนไว้ใน Go programming language ซึ่งรู้จักกันว่าเร็ว มีประสิทธิภาพ และเรียนรู้ได้ง่าย โปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จในระบบนิเวศ เช่น Osmosis, Juno และ Thorchain ล้วนสร้างขึ้นด้วย Cosmos SDK ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการพัฒนา blockchain ลงอย่างมาก

Inter-Blockchain Communication (IBC) Protocol

IBC protocol เป็นมาตรฐานการสื่อสารระหว่าง blockchain ที่เป็นไปตามระเบียบวิธี ทำให้ blockchain ต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและสินทรัพย์กับกันและกัน IBC ทำงานโดยอาศัยการยืนยันหลักฐาน (merkle proof) ซึ่งแต่ละ blockchain สามารถตรวจสอบได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สามหรือ centralized bridge


เมื่อ blockchain สองตัว (เรียกว่า A และ B) เชื่อมต่อกันผ่าน IBC เครือข่าย A จะรักษา state ของ blockchain B ไว้ในหน่วยความจำ เมื่อ blockchain A ต้องการส่ง token หรือข้อมูลไปยัง blockchain B มันจะสร้าง packet ที่ลงนามด้วย private key ของมัน blockchain B สามารถตรวจสอบลายเซ็นนี้และยืนยันว่า blockchain A เป็นผู้ส่งข้อมูลจริง ลักษณะนี้ช่วยให้ Cosmos ecosystem มี cross-chain communication ที่ปลอดภัยและไม่ต้องพึ่งพา bridge แบบเดิม

คุณสมบัติIBCTraditional BridgeAtomic Swap
ความเร็ว5-10 วินาทีหลายนาทีหลายนาที
ความสุดท้ายสิ้นสุดทันทีต้องรอต้องรอ
รักษาความปลอดภัยทั่วไปแบบกระจายอำนาจBridge ตรวจสอบSmart contract
การตรวจสอบรหัสNative proofWrapped tokenHash timelock

IBC protocol เป็นมาตรฐานที่เปิดสำหรับ blockchain ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องใช้ Cosmos SDK

ATOM Token - สินทรัพย์หลักของ Cosmos Hub

ATOM เป็น token ของ Cosmos Hub ซึ่งมีหน้าที่สำคัญหลายประการในระบบ ประการแรก ATOM ใช้สำหรับ staking เมื่อผู้ใช้ stake ATOM พวกเขากลายเป็น validator ที่ช่วยบำรุงรักษา Cosmos Hub network และรับรางวัลสำหรับการเสนอบล็อกใหม่


ประการที่สอง ATOM ใช้สำหรับ governance ผู้ถือ ATOM สามารถลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลและพารามิเตอร์ของระบบ ประการที่สาม ATOM ใช้เป็น gas fee ที่ผู้ใช้ต้องจ่ายเมื่อพวกเขาต้องการส่ง transaction บน Cosmos Hub โครงการแต่ละโครงการ (zone) ในระบบ Cosmos สามารถสร้าง token ของตัวเองได้ แต่ ATOM มีบทบาทพิเศษในการเชื่อมต่อ zones และการบำรุงรักษาความปลอดภัยของระบบ

Zones และ Hub Architecture

สถาปัตยกรรม Cosmos แบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ Hub และ Zones Cosmos Hub เป็น blockchain ตัวหลักที่ประกอบด้วยผู้ validate และ staking mechanics Zones นั่นคือ blockchain อื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับ Hub ผ่าน IBC โครงสร้างนี้คล้ายกับระบบสุริยะ ซึ่ง Hub เป็นดวงอาทิตย์ และ Zones เป็นดาวเคราะห์ที่โคจรรอบ


ข้อดีของสถาปัตยกรรมนี้คือ zone ใหม่ไม่จำเป็นต้องสร้าง validator set ตัวเอง (แม้ว่าพวกเขาสามารถทำได้) พวกเขาสามารถเชื่อมต่อกับ Cosmos Hub และใช้ประโยชน์จากแกน validator ที่มีอยู่แล้ว ลักษณะนี้ทำให้ zones ใหม่สามารถเริ่มต้นได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องรอสำหรับ bootstrap period ที่ยาวนาน

Staking และ Rewards

Staking เป็นกระบวนการล็อก ATOM token ไว้ในวอลเล็ตและมอบหมาย (delegate) ให้ validator เพื่อรับ reward ผู้ stake สามารถเลือก validator ที่พวกเขาต้องการสนับสนุน และถ้า validator นั่นได้รับการเลือกให้เสนอบล็อก ผู้ stake จะได้ส่วนแบ่งรางวัล (ลบค่า commission ของ validator)


Reward สำหรับการ staking มาจากสองแหล่ง คือ inflation (สร้างเหรียญใหม่) และ transaction fees การนำใช้ inflation นี้อาจแตกต่างกันไปตามพารามิเตอร์ governance แต่โดยทั่วไปมีจำนวนประมาณ 7-9% ต่อปี validator ที่มีประสิทธิภาพสูงและส่วน stake ขนาดใหญ่อาจรับ rewards มากขึ้น แต่ Cosmos ระบบมี penalty (slashing) สำหรับ validator ที่ทำตัวไม่ดีหรือไม่ออนไลน์

Cosmos Ecosystem และ Zones

Cosmos ecosystem ประกอบด้วย blockchain และโครงการต่างๆ มากมาย บางส่วนที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ Osmosis (DEX / protocol การแลกเปลี่ยน), Thorchain (cross-chain liquidity), Akash (distributed computing marketplace), Juno (smart contract platform), Secret Network (privacy-focused blockchain)


แต่ละ zone สามารถมี tokenomics และกลไกการควบคุม (governance) ของตัวเอง นี่เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญของ Cosmos เพราะแต่ละโครงการสามารถปรับปรุง blockchain ให้เหมาะกับกรณีการใช้งานของพวกเขา เช่น Thorchain อาจสนใจ cross-chain liquidity มากกว่า Juno ที่มุ่งเน้นไปยังเฉพาะ DeFi Smart contracts zones ยังสามารถอัพเดท software ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องการอนุมัติจาก Cosmos Hub

ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีหลักของ Cosmos คือความยืดหยุ่นและอิสระ นักพัฒนาได้สิทธิในการสร้าง blockchain ของพวกเขาเองด้วยกฎและพารามิเตอร์ของพวกเขาเอง Interoperability ผ่าน IBC เป็นสิ่งพื้นฐาน ไม่ใช่ลอจิกของ application


แต่ Cosmos มีข้อท้าทายบางประการ ข้อแรกคือปัญหา liquidity กระจัดกระจาย เมื่อมี zones มากขึ้น liquidity ที่แต่ละ zone มีก็น้อยลง ทำให้ trading slippage สูงขึ้น ข้อที่สองคือการที่ validator ต้องให้บริการสำหรับ zone หลายตัว ซึ่งเพิ่มความซับซ้อน ข้อที่สามคือ Cosmos ecosystem ยังเป็นเรื่องใหม่เมื่อเทียบกับ Ethereum ด้วยเหตุนี้ adoption อาจใช้เวลา

Future Roadmap และพัฒนาการล่าสุด

Cosmos team มีแผนการพัฒนาที่ทะเยอทะยานสำหรับอนาคต การปรับปรุง inter-blockchain communication ด้วย stateless client verification จะช่วยลด bandwidth ที่ต้องใช้และปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวม Interchain Accounts protocol (ICA) อนุญาตให้ chain หนึ่งควบคุม account บน chain อื่นได้ ซึ่งเปิดกรณีการใช้งานใหม่ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่น การทำ automation ข้าม chain โดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามายืนยันทุกขั้นตอน


นอกจากนี้ Tendermint กำลังได้รับการปรับปรุงด้วยกลไก binary consensus ที่ช่วยให้การผลิตบล็อกเร็วขึ้น Cosmos 2.0 roadmap เน้นไปที่การเสริมสร้างมูลค่าของ Hub ผ่านการทำ interchain staking และเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียมให้ผู้ถือ ATOM ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือ Interchain Security ที่อนุญาตให้ zones ใหม่ยืม validator set ของ Hub มาใช้ในการรักษาความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งอาจเปลี่ยนเกมสำหรับโปรเจกต์ใหม่ที่ต้องการความปลอดภัยโดยไม่ต้องสร้าง validator set ของตัวเองตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย

Cosmos ต่างจาก Ethereum อย่างไร
Ethereum เป็น single blockchain ที่มี layer 2 solutions ส่วน Cosmos เป็นระบบหลาย blockchain ที่เชื่อมต่อผ่าน IBC Ethereum ใช้ EVM ซึ่ง smart contracts ส่วน Cosmos ใช้ Cosmos SDK ที่ให้ sovereignty มากขึ้นแก่ zones นอกจากนี้ Cosmos ใช้ Tendermint ที่เร็วกว่า Ethereum โดยมี finality ที่ชัดเจน
ฉันสามารถ stake ATOM ได้อย่างไร
คุณสามารถ stake ATOM บน Cosmos wallet เช่น Cosmostation, Leap, หรือ Keplr โดยเลือก validator ที่คุณต้องการมอบหมาย (delegate) token ให้ เมื่อ stake สำเร็จ คุณจะได้รับ rewards ทุก block ที่ validator ของคุณเสนอ คุณสามารถ unstake ได้ทุกเวลา แต่ต้องรอ 21 วันก่อน token จะคืนมา
IBC protocol ปลอดภัยแค่ไหน
IBC ได้รับการออกแบบให้ปลอดภัยและต้านทานการโจมตี การทำงานของ IBC นั้นอาศัย merkle proof ที่ blockchain สามารถตรวจสอบอิสระได้ แม้ว่า IBC protocol นั้นปลอดภัย แต่ความปลอดภัยโดยรวมนั้นขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของ chains ที่เชื่อมต่อ หาก zone มี weak validator set มันอาจเป็นจุดอ่อนในระบบ
Zone ใหม่ต้องมี validator set ของตัวเองหรือไม่
Zone สามารถเลือกได้ว่าจะมี validator set ของตัวเองหรือใช้ validator set ของ Cosmos Hub ผ่าน Interchain Security การมี validator set เสริมของตัวเองให้ sovereignty มากขึ้น แต่ต้อง bootstrap validator จำนวนมากขึ้น Interchain Security ช่วยให้ new zones เริ่มต้นได้เร็วกว่าเพราะสามารถพึ่ง Hub validators ได้
ATOM ราคาจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามปัจจัยใด
ราคา ATOM ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน เช่นเดียวกับ crypto อื่น ๆ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ได้แก่ adoption ของ Cosmos ecosystem, การเปลี่ยนแปลงของ token economics, การพัฒนา features ใหม่, และความเชื่อมั่นทั่วไปของตลาด crypto ปัญหาที่ Cosmos แก้ไข (interoperability, sovereignty) อาจทำให้ ATOM มีค่ามากขึ้นในอนาคต

ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด

รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th

ดูบทความทั้งหมด

สรุป

Cosmos แทนทิศทางใหม่ในการออกแบบและการทำงานของ blockchain ด้วยแนวคิด Internet of Blockchains ที่อนุญาตให้ chain ต่างๆ ทำงานอิสระแต่ยังสามารถเชื่อมต่อกันได้ ATOM token มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน ecosystem นี้ ผ่านการ staking, governance, และการจ่าย fees สำหรับผู้ที่สนใจในการลงทุน Cosmos นั้นนำเสนอโอกาสที่ไม่ซ้ำใคร แม้ว่า ecosystem ยังคงค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับ Ethereum ส่วนแนวทางการพัฒนาในอนาคตของ Cosmos ดูเหมือนจะเป็นไปในทิศทางที่ดี ด้วยการปรับปรุง IBC, Interchain Accounts, และการเสริมสร้างคุณค่าของ Hub อย่างต่อเนื่อง

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน