เหตุการณ์ที่เปลี่ยนประวัติของ Ethereum เกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2022 เมื่อเครือข่ายเปลี่ยนระบบจากการขุดแบบ Proof of Work (PoW) ไปเป็น Proof of Stake (PoS) เหตุการณ์นี้เรียกว่า "Ethereum Merge" ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนา Ethereum 2.0 ที่วางแผนมาอย่างยาวนาน ปัญหาหลักที่ The Merge แก้ไขคือการใช้พลังงานจำนวนมหาศาลของเครือข่าย ซึ่งลดลงไป 99.95% หลังจากการเปลี่ยนแปลงนี้ บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดว่า The Merge คืออะไร เหตุใดจึงสำคัญ และส่งผลกระทบต่อเจ้าของ ETH อย่างไร
Ethereum Merge คืออะไร?
Ethereum Merge หรือ "The Merge" เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2022 ซึ่งเป็นการรวมกันของ Beacon Chain เข้ากับเครือข่าย Ethereum หลัก เหตุการณ์นี้ทำให้เครือข่าย Ethereum เปลี่ยนจากระบบ Proof of Work (PoW) ที่อาศัยการขุด (Mining) เป็นระบบ Proof of Stake (PoS) ที่อาศัยการเดิมพัน (Staking) คำว่า "Merge" หมายถึงการควบรวม (Consolidation) ของสองสาขาของ Ethereum อันได้แก่ Execution Layer (เลเยอร์การประมวลผล) และ Consensus Layer (เลเยอร์การประมวลผลที่ฝากไว้บน Beacon Chain) ร่วมกันเป็นตัวเลขหนึ่งเดียว
เหตุการณ์ Merge นี้ถือเป็นจุดหักเหของการพัฒนา Ethereum โดยสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นขั้นตอนการโยกย้ายจากระบบที่ใช้พลังงานอย่างหนักมาเป็นระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่เป็นขั้นตอนที่ Vitalik Buterin และทีมผู้พัฒนา Ethereum ได้วางแผนตั้งแต่ปี 2016 เมื่อเริ่มต้นการพัฒนา Ethereum 2.0
ความแตกต่างระหว่าง PoW และ PoS
Proof of Work (PoW) คือระบบการยืนยันธุรกรรมที่อาศัยการแข่งขันทางคณิตศาสตร์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ (เรียกว่า Miners) เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ยากและซับซ้อน ผู้ที่แก้ปัญหาแรกจะได้รับสิทธิในการสร้างบล็อกใหม่และเก็บรางวัล ระบบนี้ต้องใช้พลังงานจำนวนมากเพราะคอมพิวเตอร์ทั้งหมดต่างก็ต้องทำการคำนวณพร้อมกัน
Proof of Stake (PoS) คือระบบที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิน ในที่นี้ ผู้ที่ต้องการเสนอบล็อกใหม่ (เรียกว่า Validators) จะต้องเดิมพันเหรียญ ETH ของตนเองเป็นหลักประกัน หากพวกเขาทำการตรวจสอบธุรกรรมอย่างถูกต้อง พวกเขาจะได้รับรางวัลมาแทน แต่หากพวกเขาพยายามทำความผิดพลาดหรือโจมตีเครือข่าย เงินเดิมพันของพวกเขาจะถูกเพิกถอน (Slashing) ระบบนี้ใช้พลังงานน้อยกว่า PoW ถึง 99.95%
ตารางเปรียบเทียบ PoW และ PoS
| ลักษณะ | Proof of Work (PoW) | Proof of Stake (PoS) |
|---|---|---|
| --- | --- | --- |
| วิธีสร้างบล็อก | ขุด (Mining) โดยแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ | เดิมพัน (Staking) โดยผู้ถือ ETH |
| การใช้พลังงาน | สูงมาก (ร่วม 120 TWh/ปี) | ต่ำมาก (ลดลง 99.95%) |
| ความต้องการ Hardware | เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง | คอมพิวเตอร์ทั่วไปก็พอ |
| รางวัล | ค่อนข้างสูง แต่มีต้นทุน | ต่ำกว่า แต่มีต้นทุนน้อย |
| ความเสี่ยง | ไม่มี (แม้ท่านผิดแล้ว) | มีความเสี่ยงถูกเพิกถอน |
| ผู้เข้าร่วม | ผู้ที่มีเงินทุนมาก | ผู้ใดก็ได้ที่มี 32 ETH |
ตารางด้านบนแสดงให้เห็นความแตกต่างหลักระหว่างสองระบบนี้ และเหตุใดจึง Proof of Stake จึงมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากกว่า
เครือข่าย Ethereum ก่อนการรวม
ก่อนเหตุการณ์ The Merge ในเดือนกันยายน 2022 เครือข่าย Ethereum ยังคงใช้ระบบ Proof of Work เหมือนเดิม ในขณะเดียวกัน Beacon Chain ซึ่งเป็นบล็อกเชนแยกต่างหากได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2020 โดยไม่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่าย Ethereum หลัก Beacon Chain นี้ได้ทำงานแยกต่างหากมาเป็นเวลา 2 ปี ทดสอบระบบ Proof of Stake ที่จะนำมาใช้ในอนาคต
ช่วงเวลาสองปีนี้เป็นเวลาทดลองที่สำคัญ ทำให้ Vitalik และทีมนักพัฒนาสามารถทดสอบและปรับปรุงระบบ PoS ได้อย่างละเอียด จนแน่ใจว่ามันพร้อมจะใช้บังคับในเครือข่าย Ethereum หลัก ผู้ถือ ETH สามารถมีส่วนร่วมใน Beacon Chain ได้โดยการเดิมพัน ETH ของพวกเขาเพื่อกลายเป็น Validators เมื่อจนกว่า The Merge จะเกิดขึ้น
ขั้นตอนการรวม Ethereum Merge
กระบวนการ Merge ไม่ได้เกิดขึ้นโดยฉับพลัน แต่เป็นผลจากการเตรียมการอย่างรอบคอบและการทำความสมบูรณ์แบบของระบบ ในนาทีสุดท้ายของ The Merge (เวลา 06:42:35 UTC ในวันที่ 15 กันยายน 2022) บล็อกของ Ethereum หลักที่มีหมายเลข 17,422,045 ได้ถูกขุดออกมา ซึ่งเป็นบล็อกสุดท้ายของระบบ PoW บนเครือข่าย Ethereum
ทันทีหลังจากนั้น เครือข่าย Ethereum ได้เปลี่ยนเป็นการใช้ Beacon Chain ในการสร้างบล็อกและยืนยันธุรกรรมแทน ระบบ PoS ของ Beacon Chain ได้เริ่มทำหน้าที่เป็น Consensus Engine ของเครือข่าย Ethereum จากจุดนั้นเป็นต้นไป ทำให้ Ethereum กลายเป็นเครือข่าย Proof of Stake ที่แท้จริง ฟีจารที่น่าสำคัญของ The Merge คือว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหยุด Ethereum หรือการสูญหายข้อมูลใดๆ ธุรกรรมทั้งหมดยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น
ผลกระทบต่อการใช้พลังงาน
ผลกระทบที่มากที่สุดของ The Merge คือการลดลงอย่างมหาศาลของการใช้พลังงาน ตามข้อมูลจากการศึกษา ก่อน Merge เครือข่าย Ethereum ใช้พลังงานประมาณ 120 TWh (เทอร่าวัตต์ชั่วโมง) ต่อปี ซึ่งเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของประเทศเช่น อาร์เจนตินา หลังจาก Merge การใช้พลังงานลดลงเหลือเพียง 0.05 TWh ต่อปี นั่นคือการลดลง 99.95%
ความสำคัญของการลดลงนี้คือว่า Ethereum ได้กลายเป็นเครือข่ายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และไม่มีประเด็นวิจารณ์เกี่ยวกับความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่เคยมีมาก่อนแล้ว นอกจากนี้ โครงการและบริษัทต่างๆ ยังสามารถใช้ Ethereum ได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการใช้พลังงานที่สูง และนักลงทุน ESG ก็สามารถสนับสนุน Ethereum ได้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง
ผลกระทบต่อเจ้าของ ETH
สำหรับเจ้าของ ETH การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างบล็อกได้โดยผ่านการเดิมพัน ETH (Staking) และได้รับรางวัล ก่อน Merge ถ้าคุณต้องการมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย คุณจำเป็นต้องมี Hardware ที่มีประสิทธิภาพสูง (GPU หรือ ASIC) และจ่ายค่าไฟฟ้าจำนวนมาก หลัง Merge ผู้ที่มี ETH อย่างน้อย 32 เหรียญสามารถเป็น Validator ได้และรับรางวัล Staking Reward ประมาณ 4-6% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่า Staking Reward นั้นต่ำกว่ารางวัล Mining ที่เคยได้รับจาก Miners ก่อน Merge อย่างมาก แต่ด้านบวกคือว่ามันมี Cost ที่ต่ำกว่ามากและสามารถเข้าถึงได้สำหรับผู้ที่มี ETH มากมายแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นนักลงทุนโปรแกรมหรือผู้ใช้ทั่วไป
Validators และการเดิมพัน (Staking)
หลังจาก The Merge โครงสร้างของการรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย Ethereum ได้เปลี่ยนไปเสียสิ้น แทนที่จะมี Miners ที่ขุดบล็อก ตอนนี้ Ethereum มี Validators ที่ทำหน้าที่สร้างและตรวจสอบบล็อก Validators เหล่านี้เป็นผู้ถือ ETH ที่ได้เดิมพัน ETH ของพวกเขา (โดยปกติเป็นจำนวน 32 ETH) เพื่อมีสิทธิในการเสนอบล็อกใหม่
ผู้ที่สนใจจะเป็น Validator จะต้องฝึก ETH ของพวกเขาลงไปแล้วรอการคัดเลือก (Selection) ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "Slot Proposal" ในแต่ละ Slot (ช่วงเวลา) ที่ยาว 12 วินาที เครือข่าย Ethereum จะสุ่มเลือก Validator หนึ่งคนให้เสนอบล็อก Validators อื่นๆ จะตรวจสอบความถูกต้องของบล็อกและออกเสียงเห็นชอบ (Attestation) ถ้าบล็อกถูกต้อง ทุก Validators ที่เห็นชอบจะได้รับรางวัล
สภาวะของเครือข่าย Ethereum หลังจาก Merge
หลังจาก The Merge ในเดือนกันยายน 2022 เครือข่าย Ethereum ได้สายไป Ethereum 2.0 แม้ว่า Ethereum ยังคงมีการอัปเดตต่อไปเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ เช่น Shapella Upgrade ในเดือนเมษายน 2023 ซึ่งอนุญาตให้ Validators ถอนเหรียญ ETH ที่เดิมพัน และ Dencun Upgrade ในเดือนมีนาคม 2024 ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพของ Layer 2 Solutions
นับตั้งแต่ Merge ความแข็งแกร่งของเครือข่าย Ethereum ได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว ระบบ PoS ทำงานได้อย่างเสถียรและปลอดภัย โดยไม่มีปัญหาการ Finality หรือการรัวจำนวนมากที่อาจเกิดขึ้นได้ Ethereum ยังคงเป็นเครือข่าย Smart Contract ที่ใหญ่ที่สุด และจำนวน Transactions ต่อวันยังคงอยู่ในระดับสูง แสดงให้เห็นว่า The Merge สำเร็จได้ตามที่วางแผนไว้
คำถามที่พบบ่อย
สรุป
Ethereum Merge เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติของเทคโนโลยี Blockchain ไม่เพียงเพราะมันลดการใช้พลังงานไป 99.95% แต่ยังเพราะมันพิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างมากขนาดนี้สามารถทำได้อย่างสำเร็จโดยไม่มีความเสี่ยง หรือความสูญเสีย The Merge ได้เปลี่ยนเลขที่ ETH จากการถูกวิจารณ์ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสใหม่สำหรับผู้ถือ ETH ในการมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายและรับรางวัล Staking ในอนาคต Ethereum จะเป็นแพลตฟอร์ม Blockchain ที่นำหน้าและยั่งยืนที่สุด
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน