Margin trading คือการยืมเงินจากตัวกลางการค้น (exchange) เพื่อซื้อคริปโตเคอร์เรนซี่มากกว่าที่คุณมีจริง การวิธีนี้ช่วยให้คุณเพิ่มกำลังการซื้อขายด้วยเลเวอเรจ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน เมื่อราคาทรงตัวจากทิศทางที่คุณคาดหวัง คุณอาจเสียเงินนอกเหนือจากจำนวนเงินที่ลงทุน ในบทความนี้ เราจะศึกษาลึกเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ margin trading, margin call, liquidation, และวิธีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Margin Trading คืออะไร
- วิธีการคำนวณ Margin Requirement
- Margin Call: เมื่อการเตือนเริ่มขึ้น
- Liquidation: จุดที่สูญเสียสิ้นสุด
- ตารางเปรียบเทียบระดับ Leverage
- กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง
- ความแตกต่างระหว่าง Margin Trading และ Futures Trading
- ตัวอย่างจำนวนจริง: Margin Trading Long Position
- ความผิดพลาดทั่วไปที่ผู้ค้นควรหลีกเลี่ยง
- Liquidation Price และวิธีคำนวณ
- คำถามที่พบบ่อย
Margin Trading คืออะไร
Margin trading หรือการซื้อขายด้วยเงินยืม คือการใช้เงินจากตัวกลางการค้น (exchange) เพื่อซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินทุนของตัวเอง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเงิน 1,000 ดอลลาร์ และ exchange ให้อัตราเลเวอเรจ 2 เท่า คุณสามารถซื้อสินค้าได้มูลค่า 2,000 ดอลลาร์ได้ เงินจำนวน 1,000 ดอลลาร์ที่คุณให้มาเรียกว่า 'margin' (หรือประกันสินค้า) ส่วนเงินที่ยืมมาคือ 'borrowed funds'
เมื่อคุณทำการซื้อขายแบบ margin คุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับ exchange สำหรับการยืมเงิน อัตราดอกเบี้ยนี้อาจแตกต่างกันไปตามประเภทของคริปโตและความต้องการของตลาด ถ้าตลาดมีการขาดเงินยืม (ผู้ยืมมากกว่า) อัตราดอกเบี้ยอาจสูงขึ้นอย่างมาก บางครั้งอัตราอาจสูงถึง 100% ต่อปี ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เอาไว้ต่อสู้เมื่อคุณจำหน่ายสินค้า
วิธีการคำนวณ Margin Requirement
Margin requirement คือเปอร์เซ็นต์ของเงินทุนของตัวเองที่คุณต้องเก็บไว้ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น ถ้า exchange กำหนด initial margin requirement ที่ 10% แสดงว่าคุณต้องมีเงินทุนอย่างน้อย 10% ของมูลค่าตำแหน่งการค้น (position value)
สูตรการคำนวณ: Margin Ratio = (Equity / Position Value) x 100% ที่เรียกว่า 'maintenance margin' คือเปอร์เซ็นต์ต่ำสุดของ margin ที่คุณต้องรักษาไว้ ตัวเลขนี้มักจะต่ำกว่า initial margin ตัวอย่างเช่น initial margin อาจเป็น 10% ในขณะที่ maintenance margin อาจเป็น 5% ถ้า margin ของคุณลดลงต่ำกว่า maintenance margin คุณจะได้รับการแจ้งเตือน 'margin call' จาก exchange
การเข้าใจสูตรนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะมันบอกคุณว่าตำแหน่งของคุณสามารถทำให้ขาดทุนได้เท่าไรก่อนที่จะเกิด liquidation
Margin Call: เมื่อการเตือนเริ่มขึ้น
Margin call เป็นการแจ้งเตือนจาก exchange ว่าอัตราส่วน margin ของคุณลดลงต่ำกว่าระดับ maintenance margin ตัวอย่างเช่น ลองนึกว่าคุณซื้อ Bitcoin ด้วยเงินยืม ราคา Bitcoin ลดลง 5% มูลค่าตำแหน่งของคุณก็ลดลง และ equity ของคุณ (เงินทุนของตัวเอง) ก็ลดลงเช่นกัน ถ้า equity ลดลงจนกระทั่ง margin ratio ต่ำกว่าระดับที่กำหนด exchange จะส่ง margin call
เมื่อได้รับ margin call คุณมีหลายตัวเลือก: (1) เพิ่มเงินทุนเพื่อเพิ่มอัตราส่วน margin กลับไปที่ระดับปลอดภัย (2) ปิดบางส่วนของตำแหน่ง (ขายทรัพย์สิน) เพื่อลดมูลค่าตำแหน่งและปล่อยเงินสด หรือ (3) รอและหวังว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ตัวเลือกที่สามนั้นเสี่ยงมากเพราะถ้าราคาลดลงต่อไป liquidation จะเกิดขึ้นอย่างอิสระทั้งหมด
ระยะเวลาที่คุณได้รับ margin call แตกต่างกันไปตามระบบของ exchange บางระบบให้เวลา 24 ชั่วโมง บางระบบให้เพียง 15 นาที ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ห้าม 'เล่นการพนัน' ตามหวังในการสำนึกความเสี่ยง
Liquidation: จุดที่สูญเสียสิ้นสุด
Liquidation เป็นกระบวนการที่ exchange บังคับปิดตำแหน่งของคุณเมื่อ margin ratio ลดลงต่ำกว่า maintenance margin และคุณไม่สามารถเพิ่ม margin ได้ เมื่อเกิด liquidation exchange จะขายทรัพย์สินของคุณในราคาตลาด (หรือราคาที่ดีที่สุดที่หาได้ในสภาพฉุกเฉิน) โดยไม่รอขอความยินยอมจากคุณ
ผลลัพธ์อาจเป็นดังนี้: สมมติว่าคุณใช้เลเวอเรจ 5 เท่า (5x leverage) ซื้อ Ethereum ด้วยเงิน 1,000 ดอลลาร์ และยืมมา 4,000 ดอลลาร์ ดังนั้นตำแหน่งรวมของคุณคือ 5,000 ดอลลาร์ ถ้าราคา Ethereum ลดลง 20% มูลค่าตำแหน่งของคุณลดลงเป็น 4,000 ดอลลาร์ และเงินทุนของคุณลดลงเหลือเพียง 0 ดอลลาร์ (คุณสูญเสียเงินทั้งหมดสำหรับตำแหน่ง) ขณะนี้ margin ratio = 0% ซึ่งต่ำกว่า maintenance margin อย่างมาก
ในบางกรณี liquidation อาจนำไปสู่ 'negative balance' ซึ่งหมายความว่าคุณจะเป็นหนี้ exchange มากกว่าเงินที่คุณเริ่มต้นด้วย บ่อยครั้งที่ exchange จะครอบคลุมความสูญเสียจากกองทุนประกันประกันภัย แต่ไม่ใช่เสมอไป
ตารางเปรียบเทียบระดับ Leverage
ตารางด้านล่างแสดงให้เห็นว่าเมื่อ leverage เพิ่มขึ้น margin requirement จะลดลง แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ที่ 2x leverage คุณสามารถทำให้ขาดทุนไม่เกิน 50% ของเงินทุนเริ่มต้น แต่ที่ 100x leverage คุณสามารถสูญเสียเงินทั้งหมดจากการเปลี่ยนแปลงราคาเพียง 1%
| Leverage | Margin Requirement | Max Loss | ระดับความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| 2x | 50% | 50% | ต่ำ |
| 5x | 20% | 100% | ปานกลาง-สูง |
| 10x | 10% | 100%+ | สูง |
| 25x | 4% | 100%+ | สูงมาก |
| 50x+ | 1-2% | 100%+ | สูงมากที่สุด |
จากตารางจะเห็นว่า margin requirement ลดลงตามสัดส่วนผกผันกับ leverage (leverage 1/x = margin requirement) แต่ max loss กลับเพิ่มขึ้นแบบไม่เป็นเชิงเส้น เพราะ liquidation threshold จะถูกกระทบจากความผันผวนราคาที่น้อยลงเรื่อยๆ นักเทรดมือใหม่ควรเริ่มที่ 2x-3x และค่อยๆ เพิ่มเมื่อเข้าใจกลไก margin call และ liquidation อย่างถ่องแท้แล้วเท่านั้น
กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง
การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญเมื่อซื้อขายด้วย margin เทคนิคหนึ่งที่ใช้กันทั่วไปคือการตั้ง stop-loss order ซึ่งเป็นคำสั่งให้ขายตำแหน่งโดยอัตโนมัติเมื่อราคาลดลงถึงระดับที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อ Bitcoin ที่ 50,000 ดอลลาร์ คุณสามารถตั้ง stop-loss ที่ 45,000 ดอลลาร์ ถ้าราคาลดลงถึงระดับนั้น exchange จะขายตำแหน่งโดยอัตโนมัติและหยุดความสูญเสีย
เทคนิคอื่นคือการใช้ position sizing ที่เหมาะสม อย่าลงทุนมากกว่า 2-5% ของเงินทุนรวมของคุณในตำแหน่งเดียว และเมื่อเลือก leverage ให้เลือกระดับที่ต่ำกว่า (เช่น 2-5x) แทน leverage ที่สูงมาก นอกจากนี้ คุณต้องติดตามตำแหน่งของคุณอย่างใกล้ชิด เพราะ margin trading อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ลงทุนในการซื้อและเก็บ (buy and hold) ของ cryptocurrency ในกระเป๋าเงิน (wallet) ของตัวเองนั้นเหมาะสมกว่าการซื้อขายด้วย margin โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น
ความแตกต่างระหว่าง Margin Trading และ Futures Trading
Margin trading และ futures trading เป็นสองวิธีการใช้เลเวอเรจในตลาดคริปโต แต่มีความแตกต่างที่สำคัญ Margin trading คือการซื้อขายตราสารทันที (spot market) ด้วยเงินยืม คุณจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินจริง แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับตัวกลางการค้น
ในขณะที่ futures trading คือการเข้าสัญญาลงนามล่วงหน้าเพื่อซื้อหรือขายสินค้าในราคาที่ตกลงกันไว้ โดยคุณไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินจริง เพียงแค่เก็งกำไรหรือป้องกันความสูญเสีย Futures มีวันหมดอายุที่กำหนด (เช่น 3 เดือน) ขณะที่ margin trading นั้นสามารถเปิดตำแหน่งได้นานเท่าที่คุณต้องการ (ตราบเท่าที่คุณยังคงจ่ายดอกเบี้ย)
ในแง่ของความเสี่ยง futures trading มักให้ leverage ที่สูงกว่า (เช่น 100x, 200x) ขณะที่ margin trading มักจะจำกัดอยู่ที่ 10x หรือ 20x ก็ตาม ทั้งสองวิธีมีความเสี่ยงสูง แต่ futures niche นั้นเหมาะสำหรับผู้ค้นที่มีประสบการณ์
ตัวอย่างจำนวนจริง: Margin Trading Long Position
ลองดูตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม สมมติว่าคุณเห็นว่าราคา Ethereum จะขึ้นไป และคุณต้องการเพิ่มกำไร คุณมีเงิน 1,000 ดอลลาร์ และ exchange ให้ leverage 5x
ขั้นตอนที่ 1: คุณเพิ่ม 1,000 ดอลลาร์ เป็นเงินทุน (margin)
ขั้นตอนที่ 2: คุณยืมเงิน 4,000 ดอลลาร์จาก exchange
ขั้นตอนที่ 3: คุณซื้อ Ethereum มูลค่า 5,000 ดอลลาร์ (5 ETH ที่ราคา 1,000 ดอลลาร์)
ขั้นตอนที่ 4: ราคา Ethereum ขึ้นไปเป็น 1,200 ดอลลาร์ ตำแหน่งของคุณมูลค่า 6,000 ดอลลาร์ (5 ETH x 1,200 ดอลลาร์)
ขั้นตอนที่ 5: คุณปิดตำแหน่ง ขายได้ 6,000 ดอลลาร์
ขั้นตอนที่ 6: คุณคืนเงินยืม 4,000 ดอลลาร์ + ดอกเบี้ย (สมมติ 100 ดอลลาร์)
ขั้นตอนที่ 7: กำไรสุทธิของคุณ = 6,000 - 4,000 - 100 - 1,000 (เงินทุนเริ่มต้น) = 900 ดอลลาร์
แม้ว่าราคา Ethereum เพิ่มขึ้นเพียง 20% (จาก 1,000 เป็น 1,200) กำไรของคุณเป็น 90% กลับไปที่เงินทุน 1,000 ดอลลาร์ นี่คือพลังของ leverage แต่ถ้าราคาลดลง 20% แทน คุณจะสูญเสียเงินเกือบทั้งหมด
ความผิดพลาดทั่วไปที่ผู้ค้นควรหลีกเลี่ยง
ผู้ค้นมือใหม่มักจะทำข้อผิดพลาดหลายอย่างเมื่อเริ่มต้นการค้นด้วย margin ข้อผิดพลาดแรกคือการใช้ leverage ที่สูงเกินไป หลายคนโลภและคิดว่าพวกเขาสามารถทำเงินได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายโดยใช้ leverage 50x หรือมากกว่า แต่ในความเป็นจริง ความเสี่ยงเชิงสถิติของ liquidation เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกับ leverage ที่เพิ่มขึ้น
ข้อผิดพลาดที่สองคือการไม่ตั้ง stop-loss นอกจากนี้ผู้ค้นบางคนวางแผน 'ล่าวงเล็บข่าวสาร' โดยเพิ่มตำแหน่งเมื่อราคาเคลื่อนไหวต่อต้านพวกเขา ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อและราคาลดลง หลายคนเพิ่มเติมโดยหวังว่าจะเพิ่มศูนย์กลางและรอให้กำไรหายไป นี่คือการวางแผนที่อันตรายมาก
ข้อผิดพลาดที่สามคือการไม่เข้าใจต้นทุนของดอกเบี้ยรายชั่วโมง ในช่วงตลาดที่มีเงื่อนไข ดอกเบี้ยอาจสูงถึง 0.1% ต่อชั่วโมง ซึ่งคือ 2.4% ต่อวัน ถ้าคุณเก็บตำแหน่ง 30 วัน คุณจะชำระดอกเบี้ย 72% ของตำแหน่ง นี่เป็นต้นทุนที่ค่อนข้างมากแม้ว่าราคาจะปรับตัวข้างเคียงคุณ
Liquidation Price และวิธีคำนวณ
Liquidation price เป็นราคาที่ exchange จะเริ่มบังคับปิดตำแหน่งของคุณ การคำนวณ liquidation price ต้องใช้สูตรคณิตศาสตร์ที่ขึ้นอยู่กับ leverage, maintenance margin, และราคาเข้ารายการ
สำหรับ long position (ทำนายราคาขึ้น):
Liquidation Price = Entry Price x (1 - Maintenance Margin / Leverage)
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อ Bitcoin ที่ 50,000 ดอลลาร์ ใช้ leverage 5x maintenance margin 5%:
Liquidation Price = 50,000 x (1 - 0.05 / 5) = 50,000 x 0.99 = 49,500 ดอลลาร์
นี่หมายความว่าถ้าราคา Bitcoin ลดลงถึง 49,500 ดอลลาร์ ตำแหน่งของคุณจะถูกล้าง การรู้ liquidation price ของคุณเป็นสิ่งสำคัญเพื่อตัดสินใจว่าคุณสามารถทำให้ขาดทุนได้มากเพียงใด ถ้า liquidation price นั้นใกล้เคียงกับราคาตลาดในปัจจุบัน มันเป็นสัญญาณว่าความเสี่ยงสูง และคุณควรปรับตำแหน่ง
คำถามที่พบบ่อย
ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด
รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th
ดูบทความทั้งหมดสรุป
Margin trading เป็นเครื่องมือที่มีพลังมากแต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน ชีวิตของผู้ค้นบางคนเปลี่ยนไปด้วยกำไรจากการใช้ leverage อย่างอย่างชาญฉลาด แต่คนอื่นเสียเงินทั้งหมดด้วยการรับความเสี่ยงที่มากเกินไป กุญแจสำคัญคือการเข้าใจวิธีการทำงานของ margin, liquidation, และ margin call ก่อนที่คุณจะฝ่าเข้าไป ใช้ leverage ต่ำ ตั้ง stop-loss เสมอ และรักษาเงินทุนให้ปลอดภัย Margin trading ไม่ใช่ทางลัดไปรวยร่ำรวย แต่เป็นเครื่องมือขั้นสูงสำหรับผู้ค้นที่รู้จักจัดการความเสี่ยง
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน