Ledger Nano S Plus

NEAR Protocol เป็นบล็อกเชนชั้น 1 ที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้ทั้งความสะดวกในการใช้งานและความสามารถในการขยายตัว โดยใช้เทคโนโลยี Sharding ที่ชื่อว่า Nightshade ซึ่งแบ่งเครือข่ายออกเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อให้ประมวลผลธุรกรรมได้พร้อมกัน เนื่องจากมุ่งเน้นที่ประสบการณ์ของนักพัฒนา NEAR ได้พยายามสร้างระบบที่ง่ายและเข้าใจได้ โดยสนับสนุนการเขียนโปรแกรม JavaScript และ AssemblyScript นอกจากนี้ยังมี Rainbow Bridge ที่เชื่อมต่อกับ Ethereum ทำให้สามารถย้ายทรัพยากรระหว่างเครือข่ายได้อย่างราบรื่น บทความนี้จะสำรวจวิธีการทำงานของ NEAR Protocol, Sharding technology ที่ทำให้ได้ประสิทธิภาพ, ecosystem ที่กำลังเติบโต และเหตุผลที่ NEAR ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่สำคัญสำหรับนักพัฒนาและนักลงทุน

NEAR Protocol คืออะไร และพัฒนาโดยใคร

NEAR Protocol เป็นบล็อกเชนชั้น 1 ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยบริษัท NEAR Collective ทีมของนักวิจัยและวิศวกรผู้มีประสบการณ์ นักเชี่ยวชาญด้านการวิจัยที่มีชื่อเสียงเช่น Illia Polosukhin (ผู้เขียน Transformer model) และ Alexander Skidanov ได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาของ NEAR ด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาความสามารถในการขยายตัวของบล็อกเชนอย่างแท้จริง


คำว่า NEAR ย่อมาจากคำว่า "Nearly" หรือ "Nearness" ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาของโครงการที่มุ่งให้บล็อกเชนอยู่ใกล้ชิดกับผู้ใช้มากขึ้นโดยการลดความซับซ้อนและค่าธรรมเนียม บล็อกเชนหลักของ NEAR เปิดตัวในเดือนเมษายน 2020 และได้รับความนิยมเพราะว่ามีประสิทธิภาพสูงและความง่ายในการใช้


เป้าหมายของ NEAR Protocol ไม่ได้แค่สร้างบล็อกเชนเร็วเท่านั้น แต่สร้างบล็อกเชนที่สามารถ onboard ผู้ใช้ทั่วไปได้ ดังนั้น NEAR จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาฟีเจอร์ที่ทำให้การใช้งานเป็นเรื่องง่าย เช่น human-readable account names แทนที่ที่ต้องจำ public keys ที่ยาวและสับสน

NEAR Protocol มีเป้าหมายในการลดความซับซ้อนของบล็อกเชนผ่านการใช้ Sharding technology และการออกแบบที่เน้นนักพัฒนา

Nightshade: เทคโนโลยี Sharding ที่ปฏิวัติวงการ

Nightshade เป็นเทคโนโลยี sharding ที่พัฒนาโดย NEAR ซึ่งแบ่งเครือข่ายออกเป็นส่วนย่อย ๆ เรียกว่า "shards" แต่ละ shard คือชุดของ validators ที่รับผิดชอบการประมวลผลธุรกรรมที่กำหนดให้ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ NEAR สามารถประมวลผลธุรกรรมจำนวนมากได้พร้อมกัน


หลักการทำงานของ Nightshade นั้นค่อนข้างปัญญา: แทนที่จะให้ validators ทั้งหมดประมวลผลธุรกรรมทั้งหมด NEAR กระจายอันตะหน่วยงานไปยัง shards ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น หากมี 100 validators และ 10 shards แล้วแต่ละ shard จะมี 10 validators ประมวลผลตัวชุดของธุรกรรม สิ่งนี้หมายความว่าเครือข่ายสามารถประมวลผลธุรกรรมได้มากขึ้นเพราะว่าทำการประมวลผลแบบคู่ขนาน


อย่างไรก็ตาม sharding มีความท้าทายด้านความปลอดภัย: เมื่อแต่ละ shard มี validators น้อยลง จะทำให้เป็นเป้าหมายของการโจมตีได้ง่ายขึ้น NEAR แก้ไขปัญหานี้โดยใช้ cross-shard communication protocol ที่ซับซ้อน และการใช้ validator randomization ที่ทำให้การโจมตีเป้าหมาย shard เฉพาะเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ NEAR ยังใช้ fishermen (ผู้ตรวจสอบ) ที่คอยตรวจสอบความถูกต้องของการประมวลผลของ shards ต่าง ๆ

Sharding ช่วยให้ NEAR ประมวลผลธุรกรรมมากกว่า 100 เท่าเทียบกับบล็อกเชนแบบเดิมด้วยการประมวลผลแบบคู่ขนาน

Rainbow Bridge: เชื่อมโยง Ethereum กับ NEAR

Rainbow Bridge เป็น bridge ที่เชื่อมต่อ NEAR Protocol กับ Ethereum ตัวช่วยนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถย้ายทรัพยากร (tokens) ระหว่างเครือข่าย Ethereum และ NEAR ได้อย่างปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง


ในการทำงาน Rainbow Bridge ใช้กลไก "light clients" ซึ่งเป็นการใช้งานเบาของ blockchain clients ที่ช่วยให้เครือข่ายหนึ่งตรวจสอบ transactions ของเครือข่ายอื่นได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้ต้องการส่ง Ethereum tokens ไปยัง NEAR พวกเขาจะให้ tokens บนสัญญา bridge บน Ethereum ซึ่งจากนั้นจะ mint token รุ่นของบน NEAR ที่มีอัตราส่วน 1:1 กับต้นฉบับ


สิ่งที่ทำให้ Rainbow Bridge พิเศษคือความปลอดภัยของมัน ทั้ง Ethereum และ NEAR ต้องตรวจสอบและยอมรับการเปลี่ยนแปลงให้อย่างไม่เป็นอันตรายแก่ bridge แม้ว่าเครือข่ายใดครึ่งหนึ่งจะถูกบุกรุก ระบบจะยังคงปลอดภัย นี้อาจดูเหมือนต่างกับ bridges แบบทั่วไป ที่อาจประสบปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้

Rainbow Bridge ใช้ light client technology เพื่อให้สามารถตรวจสอบและย้ายทรัพยากรระหว่าง Ethereum และ NEAR อย่างปลอดภัย

Developer Experience: ภาษาโปรแกรมและเครื่องมือ

NEAR Protocol ได้ออกแบบตัวเองให้เป็น blockchain ที่เป็นมิตรกับนักพัฒนา ซึ่งอาจเป็นแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ที่คิดว่าเขียน smart contracts ต้องใช้ภาษา Solidity เท่านั้น NEAR รองรับการเขียน smart contracts ด้วยภาษาโปรแกรมหลายภาษา รวมถึง JavaScript (TypeScript), AssemblyScript, Rust และอื่น ๆ


การสนับสนุนภาษาโปรแกรมหลายภาษาเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับ NEAR เนื่องจากนักพัฒนาส่วนใหญ่ที่ชำนาญในการเขียน JavaScript และ TypeScript ไม่ต้องเรียนรู้ภาษาใหม่เพื่อเขียน smart contracts บน NEAR พวกเขาสามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่แล้วได้


นอกจากนี้ NEAR ยังมีเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาที่ทำให้การพัฒนา smart contracts ง่ายขึ้น เช่น NEAR CLI (command-line interface) ที่ช่วยให้สร้าง projects, deploy smart contracts, และ interact กับเครือข่าย NEAR ได้โดยไม่ต้องใช้ code เพิ่มเติม มี NEAR Wallet ที่เป็น wallet ที่ออกแบบมาเพื่อง่ายต่อการใช้งาน ที่มี human-readable account names ที่ทำให้ไม่ต้องจำที่อยู่ที่ยาวและสับสน


อีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญคือ Account Abstraction ของ NEAR ซึ่งทำให้บัญชีสามารถมี contracts ที่ควบคุมพฤติกรรมของบัญชีได้ เช่น การจ่ายค่า gas ด้วย tokens อื่นนอกเหนือจาก NEAR token เองอาจทำให้ UX ของ dApps ดีขึ้นได้มาก

NEAR รองรับการเขียน smart contracts ด้วยหลายภาษา รวมถึง JavaScript และ TypeScript ที่ง่ายกว่า Solidity สำหรับนักพัฒนาส่วนใหญ่

NEAR Token (NEAR) และเศรษฐศาสตร์

ลักษณะNEAR TokenEthereum (ETH)Solana (SOL)Bitcoin (BTC)
ชื่อ TokenNEARETHSOLBTC
Consensus MechanismProof of StakeProof of StakeProof of HistoryProof of Work
Maximum Supply1 billion (ไม่มี cap)UnlimitedUnlimited21 million
Current Circulation (approx)~900 million~120 million~400 million~21 million
Primary UseGas fees, StakingGas fees, StakingGas fees, StakingStore of value


NEAR token มีหลายประโยชน์ที่สำคัญสำหรับระบบนิเวศของ NEAR ประการแรก ใช้เพื่อจ่ายค่า gas fees เมื่อผู้ใช้ส่ง transactions หรือ deploy smart contracts ประการที่สอง ผู้ที่ถือ NEAR สามารถ stake เหรียญของตนเองเพื่อได้รับ rewards และรับคำเชิญให้เป็น validators ประการที่สาม NEAR token ใช้ในการ governance เพื่อโหวตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอล


การปล่อย NEAR token มีขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างชาญฉลาด ผู้ก่อตั้ง (founders) ได้รับ 10% ของ token ทั้งหมด นักลงทุน (investors) ได้รับ 35% ชุมชน (community) ได้รับ 50% และ Ecosystem/Foundation ได้รับ 5% ส่วนแบ่งกำลังค่อย ๆ ปล่อยออกมาแบบ scheduled vesting เพื่อหลีกเลี่ยงการขายแบบ dump ในตลาด


การออกแบบการเปล่ืยนแปลง NEAR supply นั้นเป็น inflationary model โดยมีการปล่อย new NEAR tokens ต่อเนื่องเพื่อรางวัลให้แก่ validators และ stakers อย่างไรก็ตาม ส่วนของ tokens ถูกเผาไหม้ (burned) เมื่อใช้เป็น gas fees ทำให้อัตราการเพิ่มขึ้นของ inflation ช้าลงทีละน้อย

Ecosystem ของ NEAR: DeFi, NFT, Gaming

NEAR ecosystem ได้พัฒนาเป็นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา มีการปล่อย dApps จำนวนมากที่ใช้ NEAR protocol


ด้าน DeFi (Decentralized Finance) มีโปรเจค Ref Finance ซึ่งเป็น DEX (Decentralized Exchange) หลักบน NEAR ที่อนุญาตให้ผู้ใช้แลกเปลี่ยน tokens และให้ liquidity เพื่อได้รับ rewards มี Orderly Network ที่รองรับ decentralized derivatives trading โปรเจค Bastion Protocol ให้ borrowing/lending functionalities


ด้าน NFT มีโปรเจค Paras ซึ่งเป็น NFT marketplace ที่มี collections ของ digital art และ collectibles มี Tenk ที่เป็น NFT Creator community ดี ๆ ที่ช่วยให้นักศิลปิน emerging สามารถขายผลงานของตนเองได้


ด้าน Gaming มี Burst (เดิมชื่อ Skyward Finance) ที่เป็น gaming/GameFi ecosystem มี MetaPool (ตัวเดิมคือ Liquid Staking Token) ที่ช่วยให้ผู้ใช้ staking ด้วย liquidity ที่ดีขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เป็น gaming โดยตรง แต่ DeFi integration กับ gaming นั้นสำคัญมาก


ปัจจุบัน total value locked (TVL) บน NEAR ecosystem ยังต่ำกว่า Ethereum และ Solana แต่มีแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งได้แสดงความสนใจในการสร้าง solutions บน NEAR ซึ่งอาจนำมาซึ่งการเติบโตที่มากขึ้นในอนาคต

NEAR ecosystem ประกอบด้วย DeFi protocols (Ref Finance, Orderly), NFT platforms (Paras), และ gaming projects ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

NEAR กับ Ethereum: การเปรียบเทียบและความแตกต่าง

แม้ว่า NEAR และ Ethereum ทั้งคู่เป็น Layer 1 blockchains ที่รองรับ smart contracts แต่มีความแตกต่างสำคัญหลายประการ


ประการแรก consensus mechanism ต่างกัน Ethereum ใช้ Proof of Stake (PoS) ที่ Validators ถูกเลือกเพื่อสร้าง blocks ตามสัดส่วนของ ETH ที่ stake ไว้ NEAR ใช้ Proof of Stake ที่แตกต่างกันเล็กน้อยที่เรียกว่า "chunk production" โดยที่แต่ละ chunk (ส่วนของ block) ถูกสร้างโดย validators ที่ถูกเลือกแบบสุ่มจากกลุ่มใหญ่


ประการที่สอง architecture ต่างกัน Ethereum เป็น monolithic blockchain ที่ process ธุรกรรมทั้งหมด NEAR ใช้ sharding ซึ่งแบ่งเครือข่ายออกเป็นส่วนย่อยเพื่อให้ process ธุรกรรมได้พร้อมกัน


ประการที่สาม ด้านการเขียน smart contracts Ethereum ต้องใช้ Solidity ที่ค่อนข้างซับซ้อน NEAR รองรับ JavaScript/TypeScript และภาษาอื่น ๆ ที่ทำให้นักพัฒนาสามารถเขียน smart contracts ได้ง่ายขึ้น


ประการที่สี่ ด้านประสิทธิภาพ NEAR สามารถ handle ธุรกรรมได้เร็วกว่า Ethereum Mainnet ด้วย latency ที่สั้นกว่าและค่า gas ที่ต่ำกว่ามาก อย่างไรก็ตาม Ethereum ยังคงมี TVL ที่มากกว่าและนักพัฒนา ecosystem ที่กำลังฟื้นตัว Layer 2 solutions เช่น Arbitrum และ Optimism ยังให้ประสบการณ์ที่คล้ายกับ NEAR

Staking บน NEAR: วิธีการและ Rewards

Staking บน NEAR นั้นค่อนข้างตรงไปตรงมาและให้ rewards ที่น่าสนใจสำหรับผู้ถือ NEAR tokens ผู้ใช้สามารถ stake NEAR ของพวกเขาได้โดยง่ายไม่ว่าจะผ่านทาง validator node หรือ delegation บริการบันโหนดเสนอว่าผู้ถือ NEAR สามารถ delegate stake ไปยัง validators บุคคลที่สาม


ประสิทธิภาพของ staking บน NEAR นั้นค่อนข้างสูง ผู้ที่ stake NEAR ได้รับ rewards ในรูป NEAR token ใหม่ที่ปล่อยออกมา rewards rate นั้นขึ้นอยู่กับ amount ที่ staked และ level ของ network inflation อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไป users ได้รับ rewards ประมาณ 10-15% ต่อปี


หนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ unlocking period: เมื่อ users stake NEAR ของพวกเขา tokens ดังกล่าวจะถูก lock สำหรับระยะเวลาหนึ่ง (เรียกว่า lockup period) ซึ่งอาจเป็นสัปดาห์หรือเดือน ขึ้นอยู่กับ validator ที่เลือก ช่วงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มั่นใจว่า stakes ของผู้ใช้ยังคงสนับสนุนเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง


ในการเลือก validator ให้พิจารณาค่า commission fee ของ validator ประสิทธิภาพและทำรายได้บนเนตเวิร์ก บาง validators มี commission rate ต่ำจำนวนมาก ช่วยให้ stakes ของผู้ใช้ได้รับ rewards มากขึ้น

ความปลอดภัยและการกระจายอำนาจของ NEAR

NEAR Protocol ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการกระจายอำนาจของเครือข่าย การทำงานของ Snowman Protocol และ sharding architecture ช่วยให้เครือข่ายมี validators มากมายจากทั่วโลก ซึ่งทำให้ยากต่อการควบคุมโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง


ข้อมูลเชิงโครงสร้างด้านความปลอดภัยของ NEAR มีดังนี้: ประการแรก validators จำนวนพอสมควรต้องโจมตี validators ที่ต้องการโจมตี shard ที่ต้องการซึ่งทำให้การโจมตีเป็นเรื่องยากขึ้น ประการที่สอง fishermen (ผู้ตรวจสอบ) เป็นอื่นใด ผู้ใช้ที่หลักส่วนหนึ่งของ NEAR ที่คอยตรวจสอบความถูกต้องของการประมวลผลของ shards และ submit challenges หากเจอปัญหา ประการที่สาม NEAR Protocol ได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยจากบริษัทชั้นนำหลายแห่ง เช่น Kudelski Security, Halborn และอื่น ๆ


อย่างไรก็ตาม ไม่มี blockchain ที่ปลอดภัยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้ใช้ NEAR ควรเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เช่น smart contract bugs, market risks และอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อการลงทุนของพวกเขา

อนาคตและแนวโน้มการพัฒนาของ NEAR

NEAR Protocol ยังคงพัฒนาและเพิ่มเติมฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ทีมพัฒนาได้วางแผนสำหรับการปรับปรุงในอนาคต


ประการแรก enhancement ของ sharding: ทีมกำลังทำงานเพื่อให้ sharding ของ NEAR มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากขึ้น โดยการปรับปรุง cross-shard communication และการใช้ validator randomization ที่ดีขึ้น


ประการที่สอง Aurora EVM: NEAR ได้พัฒนา Aurora ซึ่งเป็น Ethereum Virtual Machine (EVM) ที่ทำงานบน NEAR โดยเหตุนี้ developers ที่เขียน smart contracts เมื่อก่อนสำหรับ Ethereum สามารถใช้โค้ดเดิมบน Aurora ได้โดยไม่ต้องเขียนใหม่


ประการที่สาม improved developer tools: ทีมยังคงพัฒนา developer tools เช่น NEAR CLI, documentation และการสนับสนุน SDK สำหรับภาษาโปรแกรมต่าง ๆ


ประการที่สี่ expansion ของ ecosystem: NEAR Foundation ได้กำหนดแผนการให้ grants และสนับสนุนโครงการใหม่ ๆ บน NEAR เพื่อขยายขนาดของ ecosystem


สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่า NEAR ยังคงเป็น blockchain ที่มีศักยภาพสูงและได้รับการสนับสนุนอย่างมาก

คำถามที่พบบ่อย

NEAR Protocol กับ Ethereum ต่างกันอย่างไร
NEAR และ Ethereum ทั้งคู่เป็น Layer 1 blockchains แต่ NEAR ใช้ Sharding (Nightshade) เพื่อความเร็ว ขณะที่ Ethereum เป็น monolithic blockchain บน NEAR สามารถเขียน smart contracts ด้วย JavaScript ได้ แต่ Ethereum ต้องใช้ Solidity นอกจากนี้ NEAR มี Rainbow Bridge ที่เชื่อมกับ Ethereum ทำให้สามารถย้ายทรัพยากรระหว่างเครือข่ายได้
ฉันจะ stake NEAR tokens ได้อย่างไรและได้รับ rewards เท่าไร
ผู้ถือ NEAR สามารถ stake ผ่าน delegation service โดยเลือก validator ที่ต้องการและ delegate tokens ไปยังพวกเขา Rewards อยู่ที่ประมาณ 10-15% ต่อปี โดยขึ้นอยู่กับจำนวน tokens ที่ stake และ commission rate ของ validator tokens จะถูก lock สำหรับ lockup period ก่อนที่สามารถ unstake ได้
NEAR Protocol เหมาะกับการพัฒนา dApps หรือไม่
ใช่ NEAR Protocol ถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการพัฒนา dApps ด้วยการสนับสนุนหลายภาษาโปรแกรม (JavaScript, TypeScript, Rust) ที่ทำให้นักพัฒนาสามารถเขียนรหัสได้ง่ายขึ้น มีเครื่องมือและ documentation ที่ดีเยี่ยม และ ecosystem ที่กำลังเติบโต
NEAR token มีการใช้งานอะไรบ้าง
NEAR token มีการใช้งานหลัก 3 อย่าง: (1) จ่ายค่า gas fees สำหรับธุรกรรม (2) staking เพื่อได้รับ rewards และเป็น validators (3) governance voting เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับโปรโตคอล
Nightshade sharding ทำให้ NEAR เร็วขึ้นได้อย่างไร
Nightshade แบ่งเครือข่ายออกเป็น shards แต่ละ shard ประมวลผลธุรกรรมแบบคู่ขนาน ทำให้สามารถประมวลผลธุรกรรมจำนวนมากพร้อมกันได้ เนื่องจาก validators ถูกแบ่งไปยัง shards ต่าง ๆ NEAR สามารถ handle ธุรกรรมได้มากกว่า Ethereum monolithic blockchain

ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด

รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th

ดูบทความทั้งหมด

สรุป

NEAR Protocol นำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่น่าสนใจสำหรับปัญหา blockchain ที่มีอยู่มานาน ผ่านการใช้ Nightshade sharding, multi-language developer support และ ecosystem ที่เติบโต NEAR ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นตัวเลือกที่มีศักยภาพสำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้ แม้ว่ากยังต้องการเวลาในการแข่งขันกับ Ethereum's dominance แต่ innovation ของ NEAR และเนื้อเพื่อ developer-first approach ทำให้มันเป็นที่น่าสนใจสำหรับอนาคตของ blockchain technology

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน