Ledger Nano S Plus

Pendle Finance เป็นโปรโตคอล DeFi ที่ให้ผู้ใช้สามารถแยก (tokenize) ผลตอบแทนออกจากเงินต้นของสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทน เช่น สินทรัพย์จากการฝากใน lending protocol หรือ liquid staking การแยกนี้ทำให้เกิดตลาดที่ค้นหาราคาผลตอบแทนได้อย่างเปิดเผย และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ล็อกอัตราผลตอบแทนคงที่ไว้ล่วงหน้าสำหรับช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่สำหรับการบริหารความเสี่ยงด้านผลตอบแทนใน DeFi

Pendle Finance คืออะไร

Pendle Finance เป็นโปรโตคอล DeFi ที่มีเป้าหมายสร้างตลาดสำหรับซื้อขายผลตอบแทน (yield) โดยเฉพาะ ระบบทำงานด้วยการแยก (split) สินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนออกเป็นสองส่วน ได้แก่ Yield Token (YT) ซึ่งแทนสิทธิในการรับผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และ Principal Token (PT) ซึ่งแทนมูลค่าของเงินต้นเดิม โทเคนทั้งสองสามารถถือครองหรือซื้อขายแยกจากกันได้อย่างอิสระ


ในระบบ DeFi ทั่วไป ผลตอบแทนมักผูกติดอยู่กับสินทรัพย์ตั้งต้นและลอยตัวไปตามเงื่อนไขตลาดโดยที่ผู้ใช้ควบคุมไม่ได้ Pendle แก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างตลาดที่มีสภาพคล่องสำหรับ YT และ PT โดยเฉพาะ ทำให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะถือเงินต้น ถือผลตอบแทน หรือถือทั้งสองอย่างตามเป้าหมายของตนเอง

Pendle ไม่ใช่บริการปล่อยกู้แบบดั้งเดิม แต่เป็นระบบตลาดอนุพันธ์ที่ให้ผู้ใช้ซื้อขายผลตอบแทนของสินทรัพย์แยกจากตัวสินทรัพย์เอง

หลักการทำงานของ Pendle

เมื่อผู้ใช้ฝากสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนเข้า Pendle เช่น โทเคนที่ได้จากการฝากใน Aave โปรโตคอลจะแยกออกเป็น PT และ YT โดยทั่วไป PT จะสามารถแลกคืนเป็นสินทรัพย์ตั้งต้นได้เต็มจำนวนเมื่อถึงวันครบกำหนด (maturity) ส่วน YT จะให้สิทธิรับผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงระหว่างช่วงเวลานั้น ตัวอย่างสมมติเช่น หากฝากสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนล่องลอยอยู่ ผู้ใช้จะได้รับ PT ที่มีมูลค่าเท่ากับเงินต้นเมื่อครบกำหนด และ YT ที่มีมูลค่าเท่ากับผลตอบแทนสะสมในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งตัวเลขจริงจะผันแปรไปตามอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์อ้างอิง ณ ขณะนั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่ตายตัว


กลไกนี้ทำงานผ่านสัญญาอัจฉริยะและระบบตลาดผู้ดูแลสภาพคล่องอัตโนมัติ (AMM) ที่ Pendle พัฒนาขึ้นเอง AMM นี้ทำหน้าที่ค้นหาราคาและสร้างสภาพคล่องให้กับ YT และ PT เมื่อผู้ใช้ต้องการซื้อขาย นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถรวม PT และ YT กลับเป็นสินทรัพย์ตั้งต้นได้ตลอดเวลาก่อนครบกำหนด ทำให้ระบบมีความยืดหยุ่นสูง

การแยกผลตอบแทนออกจากเงินต้นไม่ได้แปลว่าสูญเสียมูลค่า เพราะผู้ใช้สามารถรวม PT และ YT กลับเป็นสินทรัพย์เดิมได้ตลอดเวลาก่อนวันครบกำหนด

คุณสมบัติหลักของ Pendle

คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของ Pendle คือการเปิดทางให้เกิดผลตอบแทนคงที่ (fixed yield) ในโลก DeFi ผู้ที่ซื้อ PT ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าเมื่อครบกำหนดจะทราบอัตราผลตอบแทนโดยประมาณล่วงหน้าสำหรับช่วงเวลานั้น ซึ่งแตกต่างจากการฝากหรือให้กู้แบบทั่วไปที่ผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพตลาดอยู่ตลอดเวลา


Pendle รองรับสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนจากหลายโปรโตคอลในระบบนิเวศ DeFi เช่น สินทรัพย์จาก lending protocol อย่าง Aave หรือ liquid staking token ที่เกี่ยวข้องกับ Lido ผู้ใช้เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการแยกได้ตามระดับความเสี่ยงและระยะเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ Pendle ยังมีตลาดสำหรับหลายวันครบกำหนด (maturity) ให้เลือก ซึ่งเปิดทางให้วางแผนได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

กรณีการใช้งานของ Pendle

Pendle มีประโยชน์กับผู้ใช้ DeFi หลายกลุ่ม ผู้ที่เน้นความมั่นคงของผลตอบแทนอาจสนใจถือ PT เพื่อรับเงินต้นคืนเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนดในราคาที่ซื้อไว้ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง หรือถือ YT เพื่อรับผลตอบแทนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับมุมมองต่อทิศทางของอัตราผลตอบแทนในอนาคต


ผู้ที่เน้นกลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้นอาจใช้ Pendle เพื่อทำธุรกรรมที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การขาย YT เพื่อนำเงินสดไปใช้ในตำแหน่งอื่น หรือการหาส่วนต่างราคาระหว่างตลาด YT ที่ต่างกัน ส่วนผู้เล่นระดับสถาบันอาจนำ Pendle ไปใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราผลตอบแทนของพอร์ตที่ถืออยู่

เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่นใน DeFi

ในบรรดาโปรโตคอล DeFi มีเพียงไม่กี่ระบบที่ออกแบบมาเพื่อแยกผลตอบแทนออกจากเงินต้นโดยเฉพาะเหมือน Pendle โปรโตคอลอนุพันธ์อื่น ๆ เช่น dYdX หรือ GMX เน้นการซื้อขายอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาของสินทรัพย์ ไม่ใช่การซื้อขายผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน


ส่วนบริการฝากหรือให้กู้แบบทั่วไป เช่น Aave, Compound หรือ Lido นั้นให้ผลตอบแทนแก่ผู้ฝาก แต่ผลตอบแทนดังกล่าวลอยตัวและผูกติดกับสินทรัพย์เดิมเสมอ ผู้ใช้ไม่สามารถแยกขายผลตอบแทนออกมาต่างหากหรือล็อกอัตราไว้ล่วงหน้าได้ Pendle จึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ในระบบนิเวศ DeFi ด้วยการสร้างตลาดสำหรับผลตอบแทนโดยเฉพาะ

ความเสี่ยงและข้อจำกัด

เช่นเดียวกับโปรโตคอล DeFi ทุกตัว Pendle มีความเสี่ยงจากข้อบกพร่องของสัญญาอัจฉริยะ (smart contract risk) แม้ว่าโค้ดของ Pendle จะผ่านการตรวจสอบโดยบริษัทตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว แต่ความเสี่ยงจากช่องโหว่ที่ยังไม่ถูกค้นพบก็ไม่มีทางเป็นศูนย์ นอกจากนี้ PT และ YT บางตลาดอาจมีสภาพคล่องต่ำ ขึ้นอยู่กับความนิยมของสินทรัพย์ตั้งต้นและวันครบกำหนดที่เลือก


ความเสี่ยงอีกด้านหนึ่งคือความเสี่ยงจากโปรโตคอลอ้างอิง (underlying protocol risk) หากโปรโตคอลที่ Pendle นำสินทรัพย์มาแยก เช่น Aave หรือ Lido เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยหรือการดำเนินงาน มูลค่าของ PT และ YT ที่อ้างอิงสินทรัพย์นั้นย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย ผู้ใช้จึงควรทำความเข้าใจความเสี่ยงของทั้ง Pendle เองและโปรโตคอลอ้างอิงก่อนตัดสินใจใช้งาน

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ก่อนใช้งาน Pendle ควรศึกษาความเสี่ยงของโปรโตคอลอ้างอิงและตรวจสอบสภาพคล่องของ YT หรือ PT ที่สนใจด้วยตนเอง

การนำไปใช้งานในโลกจริง

ปัจจุบัน Pendle ถูกใช้งานโดยทั้งผู้ใช้ทั่วไปและผู้เล่นระดับสถาบันในระบบนิเวศ DeFi โปรโตคอลรองรับสินทรัพย์ที่มาจาก lending protocol และ liquid staking derivatives หลายตัวบนเครือข่าย Ethereum เป็นหลัก และความสนใจในการใช้งานมักเพิ่มขึ้นในช่วงที่อัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์อ้างอิงผันผวนมาก เพราะผู้ใช้ต้องการล็อกอัตราผลตอบแทนไว้ล่วงหน้า


สถาบันการเงินบางแห่งเริ่มนำ Pendle มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงด้านอัตราผลตอบแทนให้กับลูกค้า ขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึง Pendle ได้ผ่านเว็บแอปพลิเคชันของโปรโตคอลโดยตรง หรือผ่านตลาดแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์ (DEX) บางแห่งที่รองรับการซื้อขาย YT และ PT นอกจากนี้ Pendle ยังมีแนวโน้มขยายการรองรับไปยังเครือข่ายบล็อกเชนอื่นเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

เทคนิคและแนวทางทำความเข้าใจสำหรับผู้ใช้ใหม่

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำความรู้จัก Pendle แนวทางทั่วไปที่ผู้ใช้จำนวนมากเลือกทำคือศึกษาโครงสร้างของ PT และ YT ให้เข้าใจก่อน เช่น สินทรัพย์อ้างอิงคืออะไร วันครบกำหนดคือเมื่อไร และสภาพคล่องของตลาดนั้นเป็นอย่างไร ก่อนที่จะทดลองทำธุรกรรมด้วยจำนวนเงินจำกัด เพื่อให้เข้าใจการทำงานของระบบผ่านประสบการณ์ตรง


สำหรับผู้ใช้ที่มีประสบการณ์มากขึ้น Pendle เปิดทางให้ทำธุรกรรมที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การรวมกลยุทธ์กับโปรโตคอล DeFi อื่น หรือการใช้เลเวอเรจผ่านช่องทางภายนอก อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเสมอ ผู้ใช้จึงควรทำความเข้าใจกลไกและความเสี่ยงอย่างละเอียดก่อนเพิ่มขนาดธุรกรรม

สรุปและข้อมูลเชิงปฏิบัติ

Pendle Finance เป็นโปรโตคอลที่นำแนวคิดการแยกผลตอบแทนออกจากเงินต้นมาใช้ใน DeFi ได้อย่างเป็นระบบ การแยก YT และ PT เปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ใช้ เช่น การล็อกผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับไว้ล่วงหน้า การหาส่วนต่างราคาในตลาด หรือการปรับสัดส่วนความเสี่ยงของพอร์ตให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเอง


การใช้งาน Pendle อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยความเข้าใจในกลไกการทำงาน ความเสี่ยงของทั้งโปรโตคอลเองและโปรโตคอลอ้างอิง รวมถึงสภาพคล่องของตลาดที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมควรเริ่มจากการทำความเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานก่อน เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน

คำถามที่พบบ่อย

Yield Token (YT) คืออะไร?
Yield Token เป็นโทเคนที่แทนสิทธิในการรับผลตอบแทนของสินทรัพย์ในอนาคต เมื่อคุณแยก YT จากสินทรัพย์บน Pendle คุณสามารถขายมันในตลาดเพื่อรับเงินสด หรือถือไว้เพื่อรับผลตอบแทนจริงที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลานั้น
Principal Token (PT) มีประโยชน์อย่างไร?
Principal Token แทนสิทธิในการรับเงินต้นคืนเมื่อสัญญาครบกำหนด PT สามารถซื้อขายในตลาดได้ก่อนครบกำหนด หรือถือไว้จนครบกำหนดเพื่อรับเงินต้นเดิมกลับมา ผู้ที่ต้องการความชัดเจนของมูลค่าเมื่อครบกำหนดมักเลือกถือ PT
Pendle ปลอดภัยหรือไม่?
Pendle ผ่านการตรวจสอบ (audit) จากบริษัทด้านความปลอดภัยแล้ว แต่เช่นเดียวกับโปรโตคอล DeFi อื่น ๆ ยังมีความเสี่ยงจากข้อบกพร่องของโค้ดและความเสี่ยงของโปรโตคอลอ้างอิงที่นำสินทรัพย์มาแยก ผู้ใช้ควรทำความเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจใช้งาน
อัตราค่าธรรมเนียมของ Pendle เป็นเท่าไร?
Pendle เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการแยก (split) และค่าธรรมเนียมจากการซื้อขาย (swap) เมื่อผู้ใช้ทำธุรกรรมกับ YT และ PT ค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไปตามประเภทของธุรกรรมและตลาดที่เลือก ผู้ใช้ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมปัจจุบันบนแอปพลิเคชันของ Pendle ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง
ฉันสามารถรวม YT และ PT กลับเป็นสินทรัพย์เดิมได้หรือไม่?
ได้ คุณสามารถรวม PT และ YT กลับเป็นสินทรัพย์เดิมได้ตลอดเวลาตราบเท่าที่ยังไม่ครบกำหนด และเมื่อครบกำหนด PT จะสามารถแลกคืนเป็นสินทรัพย์เดิมได้เต็มจำนวน

ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด

รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th

ดูบทความทั้งหมด

สรุป

Pendle Finance สะท้อนให้เห็นว่า DeFi สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อนและมีประโยชน์เฉพาะทางได้ ด้วยแนวคิดการแยกผลตอบแทนออกจากเงินต้น โปรโตคอลนี้เปิดมิติใหม่สำหรับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราผลตอบแทนและการค้นหาโอกาสในตลาด DeFi สำหรับผู้ที่เข้าใจกลไกของมัน อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับโปรโตคอล DeFi อื่น ๆ ผู้สนใจควรศึกษาการทำงานและความเสี่ยงอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจใช้งาน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเชิงการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน