Ledger Nano S Plus

Mantle Network คือ Ethereum Layer 2 (L2) ที่สร้างขึ้นโดย BitDAO หนึ่งใน DAO ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาค่า Gas Fee สูงและความช้าของ Ethereum Mainnet โดยใช้เทคโนโลยี Optimistic Rollup ผสานกับ Modular Data Availability Layer จุดเด่นที่ทำให้ Mantle แตกต่างจาก L2 อื่นคือ การใช้ MNT Token เป็น Gas Fee (แทน ETH), Treasury ขนาดใหญ่ระดับหลายพันล้านดอลลาร์ที่สนับสนุนระบบนิเวศ และการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบ Modular ที่แยก Execution, Consensus และ Data Availability ออกจากกัน

Mantle Network คืออะไร และมาจากไหน

Mantle Network เกิดขึ้นจาก BitDAO ซึ่งก่อตั้งโดย Bybit Exchange ในปี 2021 BitDAO ถือเป็น DAO ที่มี Treasury ใหญ่ที่สุดในโลกช่วงหนึ่ง ด้วยทรัพย์สินมูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์


ในปี 2023 BitDAO ได้ Rebrand ใหม่เป็น Mantle และเปิดตัว Mantle Network เป็น Ethereum L2 อย่างเป็นทางการ พร้อมกับแปลง BIT Token เป็น MNT Token ในอัตรา 1:1


ปัจจุบัน Mantle Network ดำเนินการโดย Mantle Foundation และมีชุมชนนักพัฒนาที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วย Ecosystem Fund ที่พร้อมสนับสนุนโปรเจ็ค DeFi, Gaming และ dApp ต่างๆ ที่เลือกสร้างบน Mantle

BitDAO มี Treasury ใหญ่ที่สุดใน Crypto ช่วงหนึ่ง ทำให้ Mantle มีทรัพยากรสนับสนุน Ecosystem มากกว่า L2 คู่แข่งหลายราย

สถาปัตยกรรมของ Mantle Network

Mantle ใช้ Optimistic Rollup เป็น Execution Layer หมายความว่า Transaction ทุกรายการถูกประมวลผลบน Mantle Chain แล้วส่ง State Root ขึ้นไปยืนยันบน Ethereum Mainnet โดยมีกลไก Fraud Proof คอยตรวจสอบความถูกต้อง


จุดที่แตกต่างคือ Mantle ใช้ EigenDA (ซึ่งพัฒนาโดย EigenLayer) เป็น Data Availability Layer แยกต่างหาก แทนที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดไปเก็บบน Ethereum (ซึ่งแพงมาก) ทำให้ค่าธรรมเนียมถูกลงได้อย่างมีนัยสำคัญ


สถาปัตยกรรมแบบ Modular นี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน:
- Execution Layer: รัน EVM-compatible transactions
- Consensus Layer: ยืนยันบน Ethereum
- Data Availability Layer: EigenDA เก็บ Transaction Data

การแยก Data Availability ออกจาก Ethereum ทำให้ Mantle ประหยัดต้นทุนได้มากกว่า L2 แบบดั้งเดิมที่ต้องโพสต์ข้อมูลทั้งหมดบน L1

MNT Token: Gas Fee และ Governance

MNT เป็น Native Token ของ Mantle Network ใช้เพื่อ 2 วัตถุประสงค์หลัก:


1. Gas Fee: ผู้ใช้จ่าย MNT เป็นค่า Transaction Fee บน Mantle Network แทนที่จะใช้ ETH เหมือน L2 ส่วนใหญ่ นี่เป็นความแตกต่างสำคัญที่ช่วยสร้าง Demand จริงให้ MNT


2. Governance: MNT Holder มีสิทธิ์โหวตในการตัดสินใจเกี่ยวกับ Protocol Upgrades, Treasury Allocation และทิศทางของ Ecosystem


MNT มี Total Supply 6.219 พันล้าน Token โดยแบ่งเป็น:
- Community & Ecosystem: 51%
- Core Contributors: 26%
- Investors: 23%


Tokenomics ที่ออกแบบมาให้ชุมชนถือ Majority ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการกระจายอำนาจของโปรโตคอล

Mantle mETH Protocol: Liquid Staking บน Mantle

นอกจาก L2 แล้ว Mantle ยังพัฒนา mETH Protocol ซึ่งเป็น Ethereum Liquid Staking Protocol ที่ให้ผู้ใช้ Stake ETH และได้รับ mETH Token เป็น Yield-Bearing Asset


mETH ทำงานคล้ายกับ stETH ของ Lido แต่ผลตอบแทน (Rewards) จาก Ethereum Staking จะถูกสะสมไว้ใน mETH โดยอัตโนมัติ ทำให้มูลค่าของ mETH เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับ ETH


ผู้ใช้ที่ Stake ETH ผ่าน mETH Protocol ยังสามารถนำ mETH ไปใช้ใน DeFi Protocol ต่างๆ บน Mantle Network เพื่อรับผลตอบแทนเพิ่มเติมได้อีก ทำให้มีโอกาส Maximize Yield ได้หลายชั้น

ระบบนิเวศ DeFi บน Mantle

Mantle Network มี DeFi Ecosystem ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย:


Agni Finance: DEX ชั้นนำบน Mantle คล้ายกับ Uniswap V3 ที่ใช้ Concentrated Liquidity ช่วยให้ Liquidity Provider ได้รับ Fee สูงกว่า DEX แบบดั้งเดิม


FuseX: Perp DEX สำหรับ Perpetual Futures Trading ที่มีค่า Fee ต่ำและ Liquidity ดี


Lendle: Lending Protocol บน Mantle สำหรับกู้ยืม Crypto Asset


Merchant Moe: AMM อีกตัวหนึ่งบน Mantle ที่ใช้โมเดล Liquidity Book ให้ Fee ยืดหยุ่นตาม Volatility


ด้วย Ecosystem Fund จาก Mantle Foundation ที่คอย Incentivize โปรเจ็คใหม่ๆ ทำให้ TVL (Total Value Locked) บน Mantle เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Mantle vs คู่แข่ง: Arbitrum, Optimism, Base

เปรียบเทียบ Mantle กับ L2 คู่แข่งสำคัญ:


Mantle vs Arbitrum: Arbitrum มี TVL สูงกว่าและ Ecosystem ใหญ่กว่ามาก แต่ Mantle มีค่า Fee ถูกกว่าและมีจุดแข่งด้วย MNT Tokenomics


Mantle vs Optimism: Optimism เป็น L2 ที่มี Brand เก่าแก่กว่า และมี Superchain Vision ที่น่าสนใจ แต่ Mantle มีสถาปัตยกรรม Modular ที่ล้ำหน้ากว่าในเรื่อง Data Availability


Mantle vs Base: Base (Coinbase) มีจุดแข่งด้านผู้ใช้ Retail และ Brand Coinbase แต่ Mantle มีข้อได้เปรียบด้าน Community Governance ที่แข็งแกร่งกว่า


จุดแข็งเฉพาะของ Mantle คือ Treasury ขนาดใหญ่, MNT Gas Token, และ mETH Protocol ที่สร้าง Native Yield บน Ecosystem

Mantle ไม่ได้แข่งแค่เรื่อง Speed และ Cost แต่แข่งด้วย Treasury-backed Ecosystem Development ที่ไม่มี L2 ไหนทำได้เหมือน

คำถามที่พบบ่อย

Mantle Network ปลอดภัยแค่ไหน?
Mantle ใช้ Optimistic Rollup ที่ยืนยัน State บน Ethereum Mainnet ทำให้ได้รับความปลอดภัยจาก Ethereum ในระดับ Settlement แต่ Data Availability ที่ใช้ EigenDA ยังอยู่ในระยะเติบโต ความเสี่ยงหลักคือ Smart Contract Risk ของ Bridge และโปรโตคอลในระบบนิเวศ
MNT Token ซื้อได้ที่ไหน?
MNT Token ซื้อขายได้บน Exchange ชั้นนำอย่าง Binance, Bybit, OKX, Coinbase รวมถึง DEX บน Mantle Network อย่าง Agni Finance ตรวจสอบ Token Contract Address อย่างระมัดระวังก่อนซื้อเพื่อหลีกเลี่ยง Scam Token
Mantle แตกต่างจาก Optimism และ Arbitrum อย่างไร?
Mantle แตกต่างตรงการใช้ MNT เป็น Gas Token (แทน ETH), Modular Data Availability ผ่าน EigenDA, และ Treasury จาก BitDAO ขนาดใหญ่ที่สนับสนุน Ecosystem Arbitrum และ Optimism ใหญ่กว่าและมี Ecosystem ลึกกว่า แต่ Mantle มีจุดเด่นเรื่องการสนับสนุนทาง Financial
mETH Protocol คืออะไร และให้ผลตอบแทนเท่าไหร่?
mETH Protocol คือ Liquid Staking สำหรับ ETH บน Mantle Network ให้ผลตอบแทนประมาณ 3-5% ต่อปี ตามอัตรา ETH Staking ของ Ethereum Network ผู้ใช้ Stake ETH และได้ mETH ที่เพิ่มมูลค่าโดยอัตโนมัติตามเวลา และยังนำไปใช้ใน DeFi เพิ่มผลตอบแทนได้
Mantle Network เหมาะสำหรับนักลงทุนประเภทไหน?
Mantle เหมาะกับนักลงทุนที่มองหา L2 ที่มี Backing แข็งแกร่ง สนใจ MNT Governance Token และต้องการ Yield จาก mETH Protocol นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและเชื่อใน Modular Blockchain Thesis จะสนใจ Mantle เป็นพิเศษ แต่ควรรับรู้ว่า Ecosystem ยังเล็กกว่า Arbitrum หรือ Optimism

ติดตามข่าว Crypto ล่าสุด

รับบทวิเคราะห์และข่าวสาร Bitcoin, Altcoins ทุกวันจาก 678.in.th

ดูบทความทั้งหมด

สรุป

Mantle Network คือ Ethereum L2 ที่น่าจับตามองด้วย Origin จาก BitDAO ที่มี Treasury ขนาดใหญ่, สถาปัตยกรรม Modular ที่ใช้ EigenDA, MNT Token เป็น Gas Fee, และ mETH Protocol เป็น Native Liquid Staking Layer แม้ Ecosystem จะยังเล็กกว่า Arbitrum หรือ Optimism แต่ด้วยทรัพยากรทางการเงินที่มหาศาล Mantle มีศักยภาพที่จะเติบโตเป็น L2 ชั้นนำในระยะยาว

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน